เธอคือ นักธุรกิจสาว มากความสามารถ ที่ได้ลองผิดลองถูก จนประสบความสำเร็จกับวัตถุดิบแบบเอ็กโซติก

คุณแก้ม-ปานชนก จิตชินะกุล คือ นักธุรกิจสาว ที่สร้างแบรนด์ธุรกิจมามากมาย เธอเชื่อว่า ‘ความสำเร็จ คือการได้ลงมือทำ’ ล่าสุดเธอได้ทำตามความฝันกับสิ่งที่ชอบ คือการสร้าง Encharis แบรนด์สกินแคร์จากส่วนผสมสุดเอ็กโซติก ที่ต้องผ่านร้อน ผ่านหนาว ลองแล้วลองอีก จนได้ออกมาเป็นผลิตภัณฑ์ดีๆ ให้สาวๆ ได้ใช้กัน OK! มีโอกาสได้สัมภาษณ์ถึงความสำเร็จของเธอ กว่าจะสร้างแบรนด์นี้ขึ้นมาได้ เธอคิดอย่างไร และต้องผ่านอะไรมาบ้างนะ ไปอ่านกันได้เลยค่า

นักธุรกิจสาว Encharis

นักธุรกิจสาว Encharis

จากที่เรียนและทำงานมา ส่วนใหญ่อยู่ในแวดวงธุรกิจการเงิน อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้คุณแก้มหันมาสนใจตลาดความงามและทำแบรนด์ของ ตัวเอง

โดยส่วนตัวแล้วเรียนบัญชีมา ก่อนหน้านี้ก็อยู่ในวงการธุรกิจการเงินมาโดยตลอด จนกระทั่งมีโอกาสทำธุรกิจของตัวเอง ก็ได้เดินทางบ่อย ได้ลองใช้ครีมหลายตัว และใช้ไม่เคยหมดกระปุกสักที เจอของใหม่ก็ซื้อ เพราะยังไม่เจอครีมที่ถูกใจ เลยลองหาอะไรที่เหมาะกับเราจริงๆ จนอยากทำแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา จึงเริ่มศึกษาดู จนรู้ว่าวัตถุดิบแบบเอ็กโซติก นี่แหละที่ตลาดยังไม่ค่อยมี กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์นี้ขึ้นมา และอีกหนึ่งเหตุผลคือตัวเองก็ชอบเรื่องสวยๆ งามๆ ด้วยค่ะ

วัตถุดิบแบบเอ็กโซติกคืออะไรคะ

วัตถุดิบแบบเอ็กโซติก ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นสัตว์ประหลาด หรืออะไรที่แปลกๆ แต่เป็นส่วนผสมที่หายาก เข้าถึงยากหรือเป็นอะไรที่คาดไม่ถึง หลายคนอาจจะมองว่าดูแล้วแปลกจน ไม่กล้าใช้ แต่เรากลับมองว่าวัตถุดิบเหล่านี้ เป็นวัตถุดิบที่ทรงคุณค่า และเป็นส่วนผสมที่มีคุณภาพจริงๆ อย่าง Encharis ใช้น้ำมันจากจระเข้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราอาจสู้ตะวันตกหรือเกาหลีในเรื่องนวัตกรรมไม่ได้ แต่บ้านเราขึ้นชื่อเรื่องของวัตถุดิบ ในประเทศไทยนั้นมีฟาร์มจระเข้อยู่เยอะ แล้วได้ยินมาว่าน้ำมันจระเข้ใช้กันมาอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่อังกฤษ ออสเตรเลีย โดยใช้ลักษณะการแพทย์ผสมอยู่ใน ครีมกันแดดเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดีขึ้น รวมถึงมีงานวิจัยที่บอกไว้ว่าน้ำมันจระเข้สามารถน้ำมาใช้ในเครื่องสำอางได้ ซึ่งทางฝั่งอังกฤษเองก็บอกว่าน้ำมันจระเข้คล้ายน้ำมันมะพร้าว จึงได้ข้อสรุปว่าน้ำมันจระเข้นี่แหละ ตอบโจทย์ในเรื่องของการบำรุงผิวที่สุด นอกจากนี้ในประเทศไทย จระเข้ยังอยู่ในอุตสาหกรรมอยู่แล้ว เนื้อเอามากิน หนังก็เอาไปทำกระเป๋า เลือดเอาไปทำยา แล้วทีนี้จะเหลือในส่วนอื่นๆ คือ น้ำมัน เลยหาทีมวิจัยที่สกัดน้ำมันจระเข้ ซึ่งเราเป็นเจ้าแรกที่ติดต่อแล้วนำมาทำในแบรนด์เครื่องสำอางและสกินแคร์ค่ะ

นักธุรกิจสาว Encharis

นักธุรกิจสาว Encharis

ล่าสุด Encharis Advanced Blemish Repair Cream ได้รับรางวัล Beauty Spotlight จาก OK! Beauty Choice Awards 2017 รู้สึกอย่างไรบ้างคะ

รู้สึกดีใจมากค่ะ ที่ทาง OK! เห็นศักยภาพ เห็นความตั้งใจของเรา ทีมงานใส่ใจทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์ เพราะกว่าจะออกคอลเล็กชั่นหนึ่ง ต้องคุยกับทีมงาน ดูเทรนด์ตลาด พอเราเลือกใช้วัตถุดิบแบบเอ็กโซติก ก็ต้องดูว่ามีช่องว่างให้เราเข้าไปในตลาดไหม ต้องดูก่อนว่าสารนั้นใช้ได้ผลจริงๆ มีผลทดสอบออกมารองรับ จึงเอามาทำ จะไม่ใช้ ‘สารมโน’ เป็นอันขาด เพราะว่าอยากประสบความสำเร็จในธุรกิจอยู่นานๆ ไม่อยากมาเร็วไปเร็ว และยืนยันว่าถ้าไม่ดีจริง ก็ไม่ทำออกมาขายค่ะ

นักธุรกิจสาว Encharis

นักธุรกิจสาว Encharis

Advanced Blemish Repair Cream ที่ได้รางวัล มี การทำงานอย่างไร แล้วนอกจากนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ที่อยากแนะนำอีกไหมคะ

ตัวนี้เป็นหนึ่งในคอลเล็กชั่นน้ำมันจระเข้ ในซีรีส์กล่องสีม่วง จะมีน้ำมันจระเข้เป็นส่วนผสมหลัก และมีผงทองคำที่เอามาผสมกัน จะช่วยเรื่องความชุ่มชื้นและลดเลือนริ้วรอย ซึ่งนอกจากตัวครีม ก็จะมีอายเซรั่มบำรุงผิวรอบดวงตา และ บาล์มที่อยากแนะนำ จะเป็นบาล์มอเนกประสงค์ใช้ได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า สมมุติว่าเป็นแผลเป็น พอใช้ได้ 2 อาทิตย์จะเริ่มเห็นผลว่ารอยดูจางลง และตัวสุดท้ายเป็นมาส์กผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้หน้ากระจ่างใสและชุ่มชื้นขึ้นค่ะ

ในอนาคตจะมีโอกาสหยิบวัตถุดิบแบบเอ็กโซติกอะไรใหม่ๆ มาใช้บ้างไหม

ตอนนี้คอลเล็กชั่นปัจจุบันของเราจะมีวัตถุดิบแบบเอ็กโซติกเป็นส่วนผสม เริ่มจาก ซิน-เอกคือสารสกัดที่คล้ายพิษงู จะคล้ายๆ การทำโบท็อกซ์ ทาครีมปุ๊บจะรู้สึกว่าหน้าตึงๆ, คอลเล็กชั่นผสมรังนก ช่วยเรื่องความกระจ่างใส, ส่วนผสม
จากเมือกหอยทาก และที่เพิ่งออกไปล่าสุดก็คือคอลเล็กชั่นที่มีสารสกัดจากกุหลาบเทือกเขาแอลป์ ในอนาคตกำลังคิดว่าจะทำผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแพลงก์ตอน ก็พยายาม คิดหาวัตถุดิบแบบเอ็กโซติกออกมาเรื่อยๆ ค่ะ

กว่าจะประสบความสำเร็จขนาดนี้ มีเทคนิคและวิธีการทำงานอย่างไร อะไรคือคีย์ซัคเซสที่สำคัญของคุณแก้ม

ต้องบอกก่อนเลยว่า เราไม่ใช่คนเก่ง อย่างน้อยก็ไม่ได้เก่งที่สุดในทีม เพราะฉะนั้นเวลาเลือกทีม ก็อยากได้คนที่เก่งในแต่ละด้านมาอยู่ด้วยกัน แล้วต้องเปิดใจ ไม่ใช่ว่าเป็นเจ้านาย เป็นเจ้าของแล้วจะไม่รับฟังคนอื่น จะบอกทีมเสมอว่า ไม่ว่าจะทำงานอะไรก็ตาม ต้องฟังความคิดเห็นจากทีม อายุไม่เกี่ยวกับ การทำงาน ความสามารถต่างหากที่ทำให้คนยอมรับ จะรวยมาจากไหน พ่อแม่เป็นใคร ไม่สำคัญเท่ากับความพยายามที่เอาเข้ามาในงาน แล้วก็การเปิดใจกว้างยอมรับ ถ้าเชื่ออะไรแล้วก็ต้องเชื่อ สุดท้ายแล้ว ถ้าชนะหรือแพ้ ก็วัดกันที่เหตุผลและความเป็นไปได้

นอกจาก Encharis แล้วยังมีแบรนด์อื่นอีกไหม ที่คุณแก้มดูแลอยู่

มีแบรนด์รมัยที่เป็นผลิตภัณฑ์สปา เน้นความเป็นไทย ซึ่งจริงๆ แล้ว เป็นคนชอบสปา เวลาไปเที่ยว ก็จะชอบหาที่นวด ที่ไหนดีก็จะไป แล้วอีกแบรนด์หนึ่งจะเป็นบอดี้แคร์ ใช้ง่ายๆ สีสันสดใส อารมณ์สนุกๆ ชื่อว่า Witty Merry ค่ะ

นักธุรกิจสาว Encharis

นักธุรกิจสาว Encharis

เคล็ดลับความงามของคุณแก้มคืออะไร

ปกติเป็นคนที่แต่งหน้าน้อย ดูธรรมชาติ แต่ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ช่วยบำรุงผิวให้ดี เพื่อเผยผิวหน้าสุขภาพดี และโฟกัสที่สติและอารมณ์ เพราะถ้าขาดสองสิ่งนี้ไป ก็จะเครียด พอเครียดแล้วจะนอนไม่หลับ ซึ่งจะส่งผลกระทบหลายๆ อย่าง นอกจากนี้ถ้ามีเวลาก็ออกกำลังกายบ้าง

ในอนาคตแบรนด์จะพัฒนาตัวเองอย่างไร และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์แบบไหน จะทำแบรนด์ใหม่เพิ่มไหมคะ

ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ดีกว่าค่ะ ไม่รีบร้อน อยากให้มองว่าเราเป็นแบรนด์ที่ไม่หวือหวา ไม่ได้มาเร็วไปเร็ว เราพยายามคัดสรรสิ่งที่ดีที่สุดมาให้ลูกค้า ยังคงยืนยันว่าถ้าของอันไหนที่ทีมใช้แล้วแพ้ ทีมจะไม่ทำออกมาเลย บางซีรีส์เราก็ต้องหยุด เพราะใช้แล้วไม่ OK! ซึ่งตอนนี้กำลังดูส่วนที่เป็นคัลเลอร์อยู่ แต่คงไม่ได้ทำเอง อาจจะนำเข้า กำลังเคลียร์กับทาง พาร์ทเนอร์อยู่ว่าจะทำแบบไหนดี รอติดตามละกันค่ะ

ฝากอะไรถึงผู้อ่าน OK! ที่อยากประสบความสำเร็จอย่างคุณแก้มหน่อยสิคะ

เราต้องทำตัวเองให้พร้อมสำหรับโอกาส พ่อกับแม่บอกเสมอว่า โอกาสจะมาเมื่อไรไม่รู้ แต่ถ้ามาแล้ว ก็ต้องพร้อมที่จะคว้า ซึ่งพื้นฐานแล้วเราไม่ใช่คนเรียนเก่ง ไม่ได้รวยพันล้าน แค่เตรียมตัวให้พร้อม และทำวันนี้ให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ ถ้าผลที่ได้รับไม่เป็นอย่างที่คิด ก็ไม่เป็นไร ไม่เสียใจ เพราะได้ลองทำแล้ว อย่างน้อยขอให้ได้ลอง เราไม่ใช่คนที่เสียใจกับอดีต เราจะอยู่กับปัจจุบัน อดีตไม่ว่าจะดีหรือร้าย ก็ทำให้กลายเป็นเราที่แข็งแกร่งในปัจจุบันนี้ งานทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตคือประสบการณ์ เพียงแต่ว่าจะมองเห็นในแง่มุมไหน เราลองทำทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่ไปยืนเป็นรีเซฟชั่นหน้าโรงแรม 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น อย่างน้อยก็ทำให้ได้รู้ว่าคนที่ยืนอยู่จุดนั้น เขารู้สึกอย่างไร นอกจากจะได้พัฒนาตัวเอง ยังได้เข้าใจคนอื่นด้วย ทุกคนมีคุณค่าในแบบฉบับของตัวเอง ในสายอาชีพของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม อยากให้ทุกคน เคารพคนที่คุณค่าของคนคนนั้น และเคารพตัวเองด้วยค่ะ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments