9 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ของ Imagine Dragons และเคล็ดลับความสำเร็จของวงดนตรีร็อคแห่งปี 2017

ในปี 2012 เพลงจังหวะฮึกเหิมอย่าง “Radioactive” สร้างปรากฏการณ์ด้วยการติดชาร์ทบิลบอร์ดเป็นเวลายาวนานถึง 87 สัปดาห์ จนทำให้นิตยสารเพลงในตำนาน Rolling Stone ยกให้เป็นเพลงร็อคที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งปี 2013 ชื่อเสียงและความนิยมในครั้งนั้นส่งผลให้นักฟังมากมายเริ่มรู้สึกคุ้นหูกับชื่อของ Imagine Dragons วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคจากลาสเวกัสมากขึ้น! พร้อมกับได้ยินเพลงดังจากงานเพลง 2 อัลบั้มแรก อย่าง Night Visions (2012), Smoke + Mirrors (2015) จนทำให้เพลงของพวกเขาติดอยู่ในลิสต์เพลงโปรดของแฟนเพลงทั่วโลก ทั้ง “It’s Time”, “On Top of the World”, “Demons”, “I Bet My Life” ฯลฯ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ สมาชิก 4 คนของวง ทั้งแดน เรย์โนลด์ส นักร้องนำ, เวย์น เซอร์มอน มือกีตาร์, เบน แมคคี มือเบส และแดเนียล แพลตซ์แมน มือกลอง ก็ยังฝีมือดีไม่มีตก พวกเขาเพิ่งปล่อยอัลบั้มที่ 3 Evolve พร้อมส่งเพลงฮิตที่ติดทั้งชาร์ทและติดหูคนฟัง ไม่ว่าจะเป็น “Thunder” หรือ “Believer” ให้ประสบความสำเร็จในวงกว้าง อีกทั้งบิลบอร์ดยังยกให้ Imagine Dragons เป็นวงร็อคประจำปี 2017 อีกด้วย วงนี้มีเรื่องน่าสนใจและเซอร์ไพรส์หลายเรื่องทีเดียวเชียว มาทำความรู้จักพวกเขาให้มากขึ้นอีกนิดกัน!

แดน เรย์โนลด์ส นักร้องนำ
เวย์น เซอร์มอน มือกีตาร์
เบน แมคคี มือเบส
แดเนียล แพลตซ์แมน มือกลอง

INTERESTING FACTS (#THEMOREYOUKNOW)

1.เพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “Radioactive” ขายได้มากกว่า 8 ล้านก๊อปปี้ในอเมริกา ซึ่งถือว่าเป็นสถิติที่เยอะมากๆ ทั้งยังติดชาร์ท Billboard Hot 100 ติดต่อกันนานกว่า 1 ปี!

2.สมาชิกทุกคนของวงเรียนที่ Berklee College of Music ยกเว้นแดนซึ่งเรียนที่ University of Nevada ก่อนจะย้ายไปเรียนที่ Brigham Young University แต่สุดท้ายก็ดรอปเรียนเพื่อสานฝันทำงานเพลงเต็มตัว

3.หนุ่มแดนเป็นชาวเนวาดาของแท้ (จากลาสเวกัส) เขาเป็นชาวเนวาดารุ่นที่ 4 ของครอบครัว ไม่น่าเชื่อว่าเขามีพี่น้องทั้งหมด 9 คน โดยเป็นลูกคนที่ 7!

4.เห็นติสต์ๆ ร็อคๆ แบบนี้ ตอนอายุ 19 ปี แดนเคยอาสาสมัครไปรับหน้าที่เป็นมิชชันนารีเต็มตัวในรัฐเนแบรสกานาน 2 ปี

5.นี่เป็นอีกเรื่องที่รู้แล้วเซอร์ไพรส์มาก! เห็นอยู่บนเวทีเอ็นเตอร์เทนคนดูสุดฤทธิ์ ส่งต่อพลังบวกและความไฮเปอร์ให้ตลอด แต่ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มแดนเคยเผชิญกับโรคซึมเศร้ามาก่อน! และเขาก็แต่งเพลง “It’s Time” ตอนที่อยู่ในห้องครัว เขาเผยกับนิตยสาร Billboard ว่า “ตอนนั้นผมพยายามแต่งเพลงให้ตัวเอง ผมต้องต่อสู้กับโรคซึมเศร้าและความวิตกกังวล สิ่งเหล่านั้นกระตุ้นให้ผมแต่งเพลงนี้ขึ้นมา แค่รู้ว่าใครฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกคลิก ผมก็ดีใจแล้ว” แดนยังเผยว่า “ยอมรับว่าถ้าเป็นเมื่อก่อน การรับมือกับเรื่องนี้เป็นเรื่องยาก แต่ตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ไม่ได้มองว่าโรคและอาการเหล่านี้คือความอ่อนแอ แต่มองว่ามันคือส่วนหนึ่งในตัวตนของผมด้วย”

6.เพลง “I Bet My Life” พูดถึงความสัมพันธ์ที่มีทั้งดีและไม่ดีของแดนกับพ่อแม่ของเขา แต่ก็บ่งบอกถึงความผูกพันที่พวกเขามีให้แก่กัน ส่วนเพลง “Believer” ว่ากันว่าได้แรงบันดาลใจมาจากการป่วยโรคกระดูกสันหลังอักเสบยึดติด (Ankylosing Spondylitis) ซึ่งคือโรคข้อต่ออักเสบประเภทหนึ่งของแดน เขาบอกว่าเพลงนี้สะท้อนให้เห็นถึงบางสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเจ็บปวด และมุมมองที่ว่าเขาเองก็ต้องขอบคุณความเจ็บปวดที่เปลี่ยนเขาให้เป็นคนที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

7.สมาชิกวงนี้ชอบฟังเพลงฮิปฮอปมากและมีดนตรีฮิปฮอปเป็นแรงบันดาลใจด้วย “เราเป็นแฟนเพลงของเคนดริค ลามาร์ ตอนเดินสายทัวร์ก็เปิดเพลงของเขาฟังตลอด เราได้รับอิทธิพลจากดนตรีฮิปฮอปมากกว่าวงร็อคทั่วไปเสียอีก เพลงของเคนดริคเรียลมากๆ”

8.แดน นักร้องนำของวงแต่งงานแล้วกับเอยา วอล์คแมน ในปี 2011 ซึ่งเธอก็เป็นศิลปินเช่นกัน โดยเป็นนักร้องนำในวงชื่อ Nico Vega เธอกับแดนยังทำวงดูโอด้วยกันในนาม Egyptian ด้วย ปัจจุบันทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 3 คน ชื่อแอร์โรว์ และฝาแฝดชื่อโคโคและจีอา

9.ปัจจุบันเวลาเดินสายทัวร์คอนเสิร์ต ทางวงจะมีเทรนเนอร์และนักโภชนาการเดินทางไปด้วย เพื่อดูแลเรื่องสุขภาพและร่างกายให้แก่พวกเขา

THEIR KEYS TO SUCCESS

กว่าจะเป็นวงร็อคที่ประสบความสำเร็จขนาดนี้ มาดูกันว่า Imagine Dragons มีเคล็ดลับความสำเร็จอะไรที่อยากแชร์ให้เราฟัง และทำไมชาวมังกรถึงทำเพลงได้ถูกใจคนฟังเสมอ

1.ทัศนคติในการพัฒนาตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่ง

“ในฐานะศิลปิน คุณไม่อยากให้เพลงของคุณหยุดนิ่ง ถ้าคุณไม่ผลักดันตัวเองและแฟนเพลง ก็แสดงว่าคุณกำลังเผชิญกับปัญหาทางศิลปะที่หาทางออกไม่ได้ เราจึงเลือกทำเพลงที่รู้สึกว่าอยากทำ ไม่ว่ามันจะออกมาในสไตล์ไหน การตัดสินใจนั้นให้อิสระแก่เรา” ทัศนคตินี้ทำให้เพลงของ Imagine Dragons มีสีสันที่หลากหลายและแตกต่างจากวงดนตรีอื่นๆ ทำให้แฟนเพลงคาดหวังว่าจะเจอสิ่งใหม่ๆ จากงานเพลงพวกเขาได้เสมอ

2.ใช้ปริศนาลับสื่อสารกับแฟนเพลง

วิธีการครองใจแฟนเพลงที่ดีที่สุดคือการสื่อสารกับพวกเขาอย่างจริงใจ ซึ่งชาวมังกรก็มีวิธีที่ฉลาดมากในการสื่อสารกับแฟนๆ โดยพวกเขามักจะใส่ปริศนาไว้ในเนื้อเพลงและเอ็มวี เพื่อให้แฟนเพลงพยายามหาคำตอบ “มันคือการสื่อสารกับแฟนเพลงด้วยภาษาที่สามารถเข้าใจกันได้ทั้งสองฝั่ง เป็นเหมือนโค้ดลับระหว่างพวกเรา แฟนเพลงของเราสนุกกับการพยายามหาคำตอบ” หนุ่มๆ วง Imagine Dragons กล่าว

3.ทำและปล่อยเพลงใหม่ตลอดเวลา

แม้ในช่วงที่ไม่ได้ปล่อยอัลบั้มใหม่ออกมา เราก็ยังสามารถได้ยินเสียงของแดน เรย์โนลด์ส ได้เสมอ เพราะชาวมังกรมีเพลงประกอบหนังฟอร์มยักษ์มากมาย ไม่ว่าจะเพลง “Who We Are” ใน The Hunger Games: Catching Fire, เพลง “Ready Aim Fire” ใน Iron Man 3, เพลง “Battle Cry” ใน Transformers: Age of Extinction, เพลง “Sucker for Pain” ใน Suicide Squad, เพลง “Levitate” ใน Passengers ฯลฯ นั่นยิ่งทำให้สไตล์ดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์ของ Imagine Dragons ไม่เคยเลือนหายไปจากความทรงจำของแฟนเพลง ความสามารถในการสร้างและผสมแนวดนตรีทันสมัย เพื่อนำเสนอสิ่งใหม่ๆ กับการเรื่องเล่าในเพลงที่เข้าถึงคนฟังได้ทุกยุคสมัย สิ่งเหล่านี้ทำให้ Imagine Dragons กลายเป็นวงในใจของใครหลายๆ คน

[Photo Credit: Live Nation BEC-Tero, Instagram/ imaginedragons/ kendricklamar/ danreynolds]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments