INSPIRE AND BE INSPIRED แรงบันดาลใจที่เติมเต็มอย่างไม่รู้จบของสู่ขวัญ บูลกุล

ถ้าเอ่ยชื่อของสู่ขวัญ บูลกุล สิ่งที่หลายคนจะนึกถึงคืออดีตผู้ประกาศข่าวที่วาจาฉะฉาน เซเลบริตี้ผู้มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับสาวๆ หลายคน และล่าสุดกับบทบาทนักแสดงคุณภาพจากซีรีส์เรื่องดัง Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าครั้งหนึ่งผู้หญิงคนนี้เคยคว้ารางวัล Best Dressed และ OK! Spotlight จาก OK! Awards มาแล้ว คุณสู่ขวัญเล่าว่าการทำงานของเธอในเวลานี้ ไม่ใช่เรื่องการพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่เรื่องของค่าตอบแทน หากแต่ต้องเป็นงานที่เธอมองเห็นคุณค่าและช่วยส่งต่อใจความสำคัญบางอย่างต่อสังคม “ตอนที่ขวัญอ่านบทเรื่อง Side by Side พี่น้องลูกขนไก่ รู้สึกเลยว่าข้อความทั้งหมดที่ผู้กำกับและคนเขียนบทพยายามที่จะส่งต่อเป็นเรื่องที่ดีมาก และ ‘แตง’ (ตัวละครที่คุณสู่ขวัญแสดง) เป็นตัวละครที่ทำให้ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนกัน ความผิดพลาดในอดีตของแตง สิ่งที่แตงทำในปัจจุบัน แล้วความรักและความพยายามของแตงที่จะทำให้ครอบครัวไปต่อได้ ทำให้ขวัญเห็นคุณค่าของตัวละครตัวนี้ก็เลยรับเล่น” คุณขวัญกล่าวอย่างอารมณ์ดี เธอบอกว่าสิ่งที่เธอตั้งใจมากทำในเวลานี้และต่อไปคือการนำประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา รวมถึงแนวคิดของเธอ มาแรงบันดาลใจดีๆ ให้แก่สังคมที่ดูเหมือนจะฉาบฉวยขึ้นทุกวัน

 ระยะเวลา 12 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของคุณเปลี่ยนไปมากเหมือนกัน มีอะไรเกิดขึ้นบ้าง   

เมื่อ 12 ปีที่แล้ว ขวัญทำงานเป็นผู้ประกาศข่าวรายการเรื่องเล่าเช้านี้ เป็นพิธีกร และเพิ่งเริ่มต้นชีวิตครอบครัว ไม่เคยได้ลองงานทางด้านการแสดงเลยในชีวิต ช่วงเวลาที่ผานมา ขวัญมีโอกาสได้เรียนรู้เรื่องราวและงานในหลายๆ แง่มุม รวมถึงงานแสดง และอันดับหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนเลยคือขวัญไม่ได้ทำเรื่องเล่าเช้านี้แล้ว ซึ่งในตระกูลเรื่องเล่า ขวัญทำเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ด้วย เลยเป็นงานที่เหลื่อมกันอยู่ ขวัญทำตรงนี้อยู่ประมาณ 8 ปี และหยุดมาได้ 3 ปี และงานที่ขวัญเลือกทำในเวลานี้ สำคัญเลยคือต้องมีความรู้สึกสนุก อยากทำ เหมือนกับความรู้สึกตอนที่รับแสดงเรื่อง Side by Side พี่น้องลูกขนไก่

ความรู้สึกที่บอกว่าจากนี้จะทำงานด้วยความรู้สึกสนุก อยากทำของคุณขวัญเริ่มต้นขึ้นตอนไหน

ขวัญเริ่มมีความรู้สึกแบบนี้ตอนอายุ 40 ค่ะ แต่ตอนนี้อายุ 44 แล้ว ซึ่งสมมติว่าถ้าสู่ขวัญจะเสียชีวิตตอนอายุ 80 ปี ตอนที่เราอายุ 40 มันคือครึ่งทางของชีวิตแล้วหรือเปล่า ตอนนั้นขวัญเลยมองย้อนกลับไปที่อดีตและมองไปข้างหน้า คือถ้ามองย้อนกลับไปที่อดีตเมื่อ 40 ปีที่ผ่านมา เราทำได้ดีหรือยัง ขวัญก็ตอบตัวเองว่าที่ผ่านมาขวัญพอใจ เพราะเราไม่ได้เกิดมาเป็นคนที่เรียนเก่ง ขวัญเคยสอบตก ไม่มีพรสวรรค์ เราคือเด็กธรรมดาๆ ที่ทุกคนสามารถมองผ่านได้เลย ทุกอย่างที่ได้มาจึงไม่ได้มาจากความฟลุ๊ค แต่มาจากความพยายามแบบเกินร้อยของตัวเองทั้งสิ้น ทั้งตอนที่เรียนมัธยม สอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือตอนทำงานที่เราต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าเดิม เพราะตอนเริ่มงานที่เนชั่น ขวัญรู้สึกว่าความสามารถของตัวเองติดลบเลยถ้าจะมาเป็นทำข่าวสายเศรษฐกิจ เราเลยต้องพยายามมากขึ้นแบบไม่ปล่อยให้ตัวเองพัก แต่ในที่สุดทุกอย่างก็กลับมาตอบแทนเราอย่างงดงาม ถึงวันนี้แม้จะไม่ได้มากอะไรแต่ขวัญก็แฮปปี้กับสิ่งที่ตัวเองมี

เมื่อเราได้ทำสิ่งที่ควรทำในครึ่งแรกของชีวิตแล้ว และพอที่จะบริหารจัดการทรัพย์สินที่เรามี ณ ปัจจุบันได้ ครึ่งหลังของชีวิตเลยคิดว่าจะทำสิ่งที่อยากทำดีกว่า ที่คิดอย่างนี้เพราะเรามองไปข้างหน้าแล้วเห็นว่าญาติหลายคนเริ่มเจ็บไข้ได้ป่วยและเริ่มทยอยเสียชีวิต ขวัญเริ่มมองว่าจุดสุดท้ายของชีวิตว่าคงต้องจบที่โรงพยาบาลและคงต้องอยู่ที่นั่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง คิดในแง่ที่ร้ายที่สุดว่าถ้าในขณะที่เวลานั้นเซนส์ทุกอย่างในร่างกายไม่สามารถให้ความสุขกับเราได้ และถ้าประสาทไม่เสื่อมไปเสียก่อน ความทรงจำคงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรามีความสุขอยู่บนเตียง นั่นจึงเป็นที่มาที่ขวัญเลือกจะเติมชีวิตตัวเองหลังจากนี้ด้วยสิ่งที่เห็นคุณค่าของมัน

คุณสู่ขวัญกับรับรางวัล Glamour & Glow ผู้หญิงที่สวยสมบูรณ์จากภายในสู่ภายนอก จากการประกาศรางวัล OK! Beauty Choice 2017

คุณเป็นอีกคนที่สามารถบริหารจัดการชีวิตของตัวเองได้ดี เล่าถึงมุมมองและการใช้ชีวิตตรงนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหม

เรื่องนี้มันอยู่ที่ทัศนคติว่าเรามองชีวิตอย่างไร อย่างขวัญ คุณพ่อ คุณแม่ แยกทางกัน แล้วคุณพ่อเป็นคนเลี้ยงขวัญเอง สิ่งหนึ่งที่คุณพ่อบอกคือ ผู้หญิงเราดีที่สุดคือการดูแลตัวเองได้  ถ้าดูแลตัวเองได้ในทุกๆ อย่าง ชีวิตจะเป็นของเรา เราไม่ต้องยอม ไม่ต้องทำตามใคร เราจะเป็นอิสระ พ่อจะบอกขวัญตลอดเวลาว่า พ่อไม่มีอะไรให้ลูกนะ แต่ถ้าลูกอยากเรียนหนังสือ ไปให้ไกลแค่ไหน พ่อพร้อม แต่อย่าหวังว่าพ่อจะทิ้งสมบัติมหาศาลไว้ให้ หรือถ้าอยากไปเที่ยว พ่อก็เต็มที่เพราะเป็นการเปิดโลก ทำให้เรารู้จักสิ่งที่แตกต่าง ทั้งผู้คน วัฒนธรรม และการปรับตัว สองเรื่องนี้สำหรับพ่อเท่าไหร่เท่ากัน แต่ถ้าอยากได้ของประเภทของฟุ่มเฟือยทุกอย่างขวัญต้องทำงานซื้อเอง เพราะพ่อจะให้แต่สิ่งที่จำเป็นในชีวิต นอกจากนี้พ่อยังสอนให้ขวัญใช้ชีวิตอยู่กับความเป็นจริง ตอนที่เอนทรานซ์ พ่อก็ให้ขวัญคิดเองว่า เส้นทางที่เราเลือกจะทำให้เลี้ยงตัวในชีวิตจริงได้ไหม แล้วบางทีความฝันกับความจริงก็อาจจะต่างกัน ซึ่งขวัญถูกย้ำมาตลอดชีวิตนะคะว่าฝันน่ะมีได้ และทุกคนต้องมี แต่ต้องมองที่ความจริงก่อน และเมื่อเราดูแลรับผิดชอบตัวเองตามความจริงได้ดีแล้ว เราก็สามารถที่จะไปทำความฝันของเราได้อย่างสบายใจค่ะ

ขณะที่มีคนมองคุณในแง่บวกคุณ ในทางกลับกันก็คงจะมีคนมองคุณในแง่ลบด้วย รับมือกับเรื่องเหล่านี้อย่างไร

ตอนที่เข้ามาทำเรื่องเล่าเช้านี้กับพี่ยุทธ (สรยุทธ สุทัศนะจินดา) ด้วยความที่เราได้รับการเทรนจากที่เนชั่นมาอีกรูปแบบหนึ่ง คือมีการวิจารณ์อย่างตรงไป ตรงมา พอย้ายมาทำช่อง 3 ช่วงแรกๆ ผู้ชมทางบ้านก็รู้สึกตกใจกับวิธีการทำงานแบบนี้ของเรา จนมีแฟ็กซ์เข้ามาถามกันว่าขวัญเป็นใคร เพราะเขาไม่คุ้นกับบุคลิกแบบนี้ซึ่งเป็นการคุยข่าว เราก็เลยคุยกับพี่ยุทธแล้วปรับลงมา ให้พี่เขารับเรื่องหนักไป แล้วเราก็เบาลง ทำแบบนี้ประมาณ  1 เดือน คนทางบ้านก็เข้าใจและยอมรับเรามาตั้งแต่นั้น  แต่ถ้าถามขวัญว่าตอนนั้นรู้สึกอะไรไหม ขวัญก็ไม่รู้สึกอะไรนะคะ เพราะรู้ว่าเราทำอะไร เพื่ออะไร เพราะอะไร ด้วยการที่ทำงานด้านนี้ เป็นไปไม่ได้ที่ทุกคนจะรักเรา เราแค่ทำสิ่งที่คิดว่าสมควรทำและจำเป็นต้องทำก็พอ

ส่วนแง่มุมของการดำเนินชีวิต การที่มีคนมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตัวเราก็คือสิ่งที่ทำให้กลับมาพิจารณาตัวเอง เพราะเป็นไปได้ว่า บางสิ่ง บางอย่าง ที่พูดอาจจะเกินความพอดี เรื่องนี้สำคัญมาก ทุกวันนี้ขวัญก็ยังคอยสำรวจตัวเองว่ามีอะไรที่เกินพอดีไปหรือเปล่า เพราะขวัญรู้สึกว่าสิ่งที่ดีที่สุดคือความพอดีจริงๆ ดีเกินไปไม่ใช่ของดี ดีกำลังดีต่างหากที่ดี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องคอยพิจารณา หรือแม้แต่คำชมที่เราได้รับ ก็ต้องดูเหมือนกันว่าความจริงตัวเราอยู่ประมาณไหน และถ้าเราอยู่ในจุดที่มีคนชื่นชมหรือบางคนยกเราเป็นไอดอล ยิ่งเป็นสิ่งที่ต้องคิดว่าเราควรทำตัวอย่างไร นอกจากนี้การที่อยู่ในช่วงวัยกลางคน หน้าที่หนึ่งของคนที่อยู่ในสังคม คือการมอบประสบการณ์และความคิดทิ้งไว้ให้แก่คนรุ่นหลัง เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้ขวัญสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนไม่ประมาทในการใช้ชีวิต ให้สู้เต็มที่ในสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญทั้งในชีวิตและการทำงาน ขวัญจะพูดและจะทำ เพราะนี่คือสิ่งที่เราช่วยเหลือสังคมได้ และต้องปูทางไว้ให้แก่คนข้างหลังด้วย โดยเฉพาะสังคมที่เรามองว่ามันดูฉาบฉวยมากยิ่งขึ้น

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments