นี่ล่ะเหตุผลที่ ควีนเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จประทับที่ฟรอนต์โรว์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

นับว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ของแฟชั่นวีคและเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการแฟชั่นของอังกฤษอย่างแท้จริง เมื่อล่าสุดสมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธที่ 2 เสด็จประทับที่ฟรอนต์โรว์ของลอนดอนแฟชั่นวีค เป็นครั้งแรกด้วยพระชนมายุ 91 พรรษา! ทั้งนี้เพื่อร่วมทอดพระเนตรแฟชั่นโชว์คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาว 2018 ของริชาร์ด ควินน์ ดีไซเนอร์หน้าใหม่มาแรงชาวอังกฤษ นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิตของริชาร์ดอย่างแท้จริง โดยผู้ที่นั่งข้างพระองค์คือแอนนา วินทัวร์ บรรณาธิการนิตยสาร Vogue ของอเมริกา ที่แน่นอนว่ามาในลุคสุดเป๊ะและสวมแว่นกันแดดตามสไตล์ของเธอ

เซอร์ไพรส์วงการแฟชั่น ควีนเอลิซาเบธที่ 2

เสด็จประทับที่ฟรอนต์โรว์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ผู้มาพร้อมสไตล์อันสง่างามไม่เพียงทอดพระเนตรเทรนด์แฟชั่นล่าสุดเท่านั้น ในเมื่อนี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พระองค์เสด็จร่วมงานลอนดอนแฟชั่นวีคทั้งที ย่อมต้องมีภารกิจสำคัญและพิเศษยิ่งกว่า นั่นคือการมอบรางวัล Queen Elizabeth II Award for British Design ซึ่งเป็นรางวัลด้านการออกแบบของอังกฤษจากควีนเอลิซาเบธที่ 2 โดยเป็นครั้งแรกที่มีการมอบรางวัลนี้ เพื่อเน้นย้ำให้เห็นถึงบทบาทและความสำคัญของวงการแฟชั่นที่มีต่อสังคมและการเมือง ทั้งนี้แองเจล่า เคลลี่ ช่างผู้ออกแบบฉลองพระองค์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 มาเป็นเวลานาน รับหน้าที่ออกแบบรางวัล โดยควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงคัดเลือกผู้ได้รับรางวัลร่วมกับแองเจล่าและ British Fashion Council ด้วย อันที่จริงเป็นเรื่องปกติที่ผู้นำประเทศและคู่สมรสมักสนับสนุนดีไซเนอร์หน้าใหม่ในประเทศของตน แต่รางวัลนี้เป็นการตอกย้ำอย่างเป็นทางการว่าเห็นคุณค่าและความสำคัญของดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง หลังจากนี้ลอนดอนแฟชั่นวีคคงจะมีอะไรให้ตื่นเต้นและร่วมลุ้นมากขึ้น

แล้วริชาร์ด ควินน์ ดีไซเนอร์ที่คว้ารางวัล Queen Elizabeth II Award for British Design เป็นคนแรกคือใครกัน ชื่อนี้อาจยังไม่ติดหูคนหมู่มากเท่าไร แต่สำหรับโลกแฟชั่น ถือว่าเขาคนนี้น่าจับตามองมากทีเดียว ริชาร์ดเคยฝึกงานกับแบรนด์ Dior มาก่อน เขาจบการศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาโทจากสถาบันออกแบบชื่อดัง Central Saint Martins โดยได้รับทุนสนับสนุนจาก Stella McCartney Foundation หลังจบการศึกษาในปี 2016 เขาก็ทำแบรนด์ของตัวเองชื่อ Richard Quinn และเริ่มเป็นที่เตะตาในวงการแฟชั่น!

ฟาสต์แฟชั่นแบรนด์ H&M ให้ชื่อของริชาร์ดติดลิสต์ดีไซเนอร์ดาวรุ่งที่มีผลงานโดดเด่น และมอบรางวัล Design Award ประจำปี 2017 ให้เขา ในขณะที่นิตยสารดังอย่าง Dazed, หนังสือพิมพ์ The New York Times, British Fashion Council และอีกหลายสื่อ ต่างยกให้ริชาร์ด ควินน์ เป็น “ดีไซเนอร์ที่น่าจับตามอง” ประจำปี 2017 ทั้งเขายังคว้ารางวัลจากเวทีอื่นๆ มาเพียบอีกด้วย เรียกได้ว่าดีไซเนอร์วัย 28 ปีคนนี้ไม่ธรรมดา

นอกจากผลงานการออกแบบที่เน้นลวดลายแปลกตา โดดเด่น มีความล้ำ เน้นโครงสร้างที่ไม่เหมือนใครแล้ว ริชาร์ดยังมอบสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมด้วย ซึ่งนี่น่าจะเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่ทำให้ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเลือกให้เขาได้รับรางวัลนี้ เพราะ British Fashion Council เผยว่ารางวัลนี้มอบให้กับแฟชั่นดีไซเนอร์ดาวรุ่งชาวอังกฤษที่ไม่เพียงแต่มีความสามารถ แต่ต้องมอบคุณค่าหรือสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมด้วย ทั้งนี้ริชาร์ดได้ร่วมกับ Epson แบรนด์พรินเตอร์ชื่อดัง เปิดสตูดิโอพรินต์สิ่งทอที่เพคแคม โดยเปิดให้นักเรียนด้านการออกแบบและเพื่อนดีไซเนอร์เข้าไปศึกษาดูงานได้ในราคามิตรภาพ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

INTO THE WILD หมอล็อต นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน คุยกับหมอหนุ่มผู้ทำหน้าที่มากกว่ารักษาสัตว์ป่า กับบทบาทที่แสนท้าทายและไลฟ์สไตล์สุดโดดเด่น

เพราะนายสัตวแพทย์สัตว์ป่าที่เข้าไปทำงานรักษาสัตว์ในป่ารุ่นบุกเบิกมีเพียงคนเดียวในประเทศไทย จึงไม่แปลกใจอะไรที่เราจะได้เห็น หมอล็อต นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน นายสัตวแพทย์ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ออกมาให้ข้อมูลทางวิชาการผ่านรายการต่างๆ อยู่บ่อยๆ เมื่อมีประเด็นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือเรื่องราวของสัตว์ป่าเกิดขึ้น และหลายครั้งที่เราได้เห็นภาพของผู้ชายคนนี้กับบทบาทในการอารักขาช้างตกมันที่ออกมาเดินบนถนนเส้นเขาใหญ่ พร้อมกับช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องการจราจรให้เป็นไปได้อย่างไม่ติดขัด
หมอล็อตเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางจากรายการคนค้นฅน เพราะภาพการทำงานอย่างถึงลูกถึงคนและเสี่ยงภัยในป่าที่รายการได้ถ่ายทอดทำให้คนดูอดชื่นชมในความเสียสละของผู้ชายคนนี้ไม่ได้ จากนั้นสื่อต่างๆ ก็ทยอยถ่ายทอดเรื่องราวการทำงานของเขาให้สาธาณะชนได้รับรู้ ยิ่งเมื่อวันที่โซเชี่ยลมีเดียเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น การแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับงานที่หมอล็อตทำก็ยิ่งได้รับความสนใจ เรียกได้ว่าวันนี้หมอล็อตคือหนึ่งในผู้สร้างแรงบันดาลใจในการอนุรักษ์สัตว์ป่าและสิ่งแวลดล้อมอีกคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
ด้วยบุคลิกภาพที่โดดเด่น การแต่งตัวที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนักในคนสายงานเดียวกัน บวกกับผลงานที่ผ่านมา ทำให้ OK! อยากจะรู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น และตอนนี้เมื่อประเด็นของการอนุรักษ์สัตว์กำลังได้รับความสนใจอยู่ทุกหย่อมหญ้า ผู้ชายคนนี้จึงเป็นคนแรกที่เรานึกถึง

คุณหมอทำงานด้านสัตวแพทย์สัตว์ป่ามา 10 กว่าปีแล้ว คิดว่าเป็นเพราะอะไรถึงทำให้ทำงานนี้มาได้อย่างยาวนาน

การทำงานในป่าหรือการทำงานที่เกี่ยวข้องกับสัตว์ป่าจะมีความท้าทายใหม่ๆ เกิดขึ้นอยู่เรื่อยๆ เรื่องราวมันจะไม่ซ้ำกัน ต่อให้สัตว์บาดเจ็บอาการเดียวกัน แต่ความแตกต่างของมันคือสภาพแวดล้อม และข้อจำกัดในเรื่องต่างๆ ที่ไม่เคยซ้ำกัน นี่คือสิ่งที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้น รู้สึกท้าทายตลอดเวลา ซึ่งตอนที่เริ่มทำงานผมก็ตั้งใจไว้ว่าเราจะทำงานเป็นหมอสัตว์ป่าสักระยะหนึ่ง เพราะว่าตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ ฐานะทางสังคมและทางเศรษฐกิจของตัวเองอาจจะไม่ค่อยดีนักเมื่อเทียบกับสัตวแพทย์ทั่วไป เราก็เลยตั้งใจว่าจะทำงานด้านนี้แค่ 10 ปี จากนั้นก็ถึงเวลาที่เราจะทำอะไรให้กับตัวเองและครอบครัวบ้าง แต่พอทำงานตรงนี้ไปเรื่อยๆ ทำให้เรามองเห็นอะไรหลายๆ อย่าง ซึ่งเป็นผลพลอยได้ตั้งแต่ผมทำงานอยู่ในรัฐสภา (ตำแหน่งนักวิชาการประจำคณะกรรมาธิการ ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ เลขานุการประจำคณะกรรมาธิการ) คือเมื่อก่อน จริงอยู่ว่าการทำงานด้านนี้จะได้เห็นว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมกำลังบอกอะไรกับเรา แต่มันก็เป็นแค่การมองแบบปัจจุบัน มันเหมือนมองจากด้านล่างขึ้นไปข้างบน เราก็จะเห็นแค่ 1,2 แต่เมื่อเราทำงานในสภาทำให้เราได้มองจากบนลงล่าง ได้เห็นภาพที่กว้างและไกลกว่าเดิม ได้คิดถึงอนาคตว่าสิ่งแวดล้อม สังคมไทย มันกำลังขับเคลื่อนไปในทิศทางใด คนและสิ่งแวดล้อมอยู่รวมกันอย่างสมดุลได้อย่างไร เพราะฉะนั้นพอครบ 10 ปี แทนที่ผมจะเลิก กลายเป็นว่าพอย่างเข้าสู่ปีที่ 11 มุมมองของเรามันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ประเทศไทยมันแคบลง แม้แต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเล็กไปสำหรับเรา โลกใบนี้มันยังมีจุดอื่นที่เราต้องไปยืน และมองว่าทุกอย่างบนโลกมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน ถ้าสิ่งใดสิ่งหนึ่งบาดเจ็บ ล้มตาย เกิดการสูญหาย มันก็ย่อมส่งผลกระทบกับสิ่งมีชีวิตอื่นที่อยู่บนโลกใบนี้ ซึ่งนั่นก็หมายถึงมนุษย์ ตอนนี้ผมเลยใช้บทบาทสัตวแพทย์สัตว์ป่าเป็นสะพานเชื่อมไปสู่การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งทางสัตวแพทย์สมาคมให้ผมเป็นโรลโมเดล ในฐานะที่เราทำงานกับธรรมชาติ ทำงานกับสิ่งแวดล้อม จากเดิมเราเป็นหมอสัตว์ป่า พอปีที่ 11 เราก็อัพเดทตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมทั้งโลกที่มันเปลี่ยนแปลงไป สถานะของผมเลยกลายเป็น Vet for Planet ก็คือสัตวแพทย์เพื่อโลกทั้งใบ มันอาจจะดูงดงามมาก แต่นี่คือบทบาทของเราที่นำไปสู่การอนุรักษ์สิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทั้งโลก

ตอนที่มีประเด็นข่าวเกี่ยวกับการล่าสัตว์ในเขตคุ้มครองสัตว์ป่าเกิดขึ้น คุณหมอมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ

เหตุการณ์นี้ทำให้ผมรู้สึกสลดใจมาก ซึ่งหลังจากทราบเรื่องผมมีคำถามกับตัวเองว่าทำไมมันถึงเกิดขึ้นและเพราะอะไร ก็พยายามคิดแทนว่าถ้าเราจะทำแบบนี้จะมีเหตุผลอะไรที่จะจูงใจให้เรากระทำบ้าง ซึ่งผมก็คิดว่าหนึ่งในเหตุผลก็คงเป็นเรื่องของสรรพคุณ คุณประโยชน์หรือความเชื่อเกี่ยวกับเนื้อสัตว์ป่าที่มีคุณสมบัติเป็นยาอายุวัฒนะ พอเรานึกถึงเหตุผลข้อนี้ได้ก็คิดว่าเราควรจะให้ข้อมูลความรู้เกี่ยวเรื่องนี้แก่สังคมและชั่งใจว่าประชาชนรู้เรื่องนี้ดีหรือยัง แต่พอไปเช็คฟีดแบ็กจากข่าวต่างๆ หรือทางเฟสบุค เราได้เห็นเลยว่าคนที่มาคอมเมนท์ได้เขียน อธิบายข้อเท็จจริง ให้ข้อมูลทางวิชาการได้ถูกต้องและครบถ้วนหมดเลย ว่าเนื้อสัตว์ป่าไม่ได้มีสรรพคุณเป็นยาอายุวัฒนะ เมนูสัตว์ป่าที่มีนาน ประโยชน์มันมาจากเครื่องเทศ พืช สมุนไพรที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการประกอบอาหาร เนื้อสัตว์ป่าพวกนี้เป็นพวกโปรตีนธรรมดาเท่านั้น จะใช้เนื้อหมู, เนื้อไก่มาทำก็ได้ประโยชน์เหมือนกัน หนำซ้ำการทำแบบนี้ยังมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโรคจากสัตว์ป่าเหล่านั้น ซึ่งพอเราได้รู้แล้วว่าคนทั่วไปก็ทราบดีถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสัตว์ป่า ผมเลยไปโฟกัสที่ผู้กระทำว่าคงเป็นรสนิยม ความชอบส่วนตัว

คุณหมอเองก็ต้องเข้าป่าเป็นประจำ อยากทราบว่าในแต่ละปีคุณหมอพบสัตว์ที่ถูกล่ามากน้อยแค่ไหน

คำว่าถูกล่า หมายถึงการกระทำใดๆ ต่อคุณภาพชีวิตของสัตว์ป่าโดยมุนษย์ ไม่ว่าจะเป็นการล่าทางตรง เช่น การใช้ปืนยิง หรือการใช้กับดักต่างๆ นั้นก็เป็นการล่าทางอ้อม ดังนั้นสัตว์ที่เราไปช่วยเหลือก็จะมีให้เห็นเป็นประจำ แต่สถิติก็จะลดน้อยลง การล่าที่น่ากลัวไม่ใช่การถือปืนเข้าไปล่านะครับ แต่เป็นการวางกับดัก พวกตอกตะปูหรือการขุดหลุมดัก การล่าเหล่านี้เป็นวิธีการที่เลวร้ายมากเพราะไม่ทำให้สัตว์ตายทันที พวกเขาจะทุกข์ทรมาน ถ้าไม่ตายก็จะใช้ชีวิตได้ลำบาก
อย่างล่าสุดผมได้ไปช่วยกวางตัวหนึ่งที่ถูกบ่วงรัดที่ขาทั้ง 4 ข้างจนกัดเข้าไปลึกถึงเนื้อทำให้ตัวเขาผอมเพราะหากินลำบาก จะเดินก้าวหนึ่งก็เหมือนเอามีดกรีดทีหนึ่ง แล้วเขาโดนทั้ง 4 ขาเลย นี้เป็นความทุกขเวทนาที่เกิดจากการล่าสัตว์ในรูปแบบนี้ ซึ่งเราก็มีหน้าที่ช่วยเขาให้พ้นจากทุกขเวทนา คือการดูแลรักษาเขาให้รอดพ้นจากพันธนาการต่างๆ จากการล่า

คุณหมอคิดว่ากฎหมายเมืองไทยเรื่องนี้มีช่องโหว่หรือไม่ แล้วเราสามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างไร

กฎหมายเมืองไทยมีความเข้มแข็งของตัวมันเองอยู่แล้วครับ การห้ามการฆ่าหรือทำร้ายสัตว์ป่ามีกฎหมายชัดเจนอยู่แล้ว แต่ว่าบทลงโทษอาจไม่เหมาะกับสถาการณ์ที่เกิดขึ้น สัตว์ป่าหลายตัวมีมูลค่ามากกว่าบทลงโทษ จึงคุ้มที่จะเสี่ยงที่จะล่าเพื่อนำมาค้าขาย เดิมทีโทษของการล่าสัตว์ป่าคือจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับแต่ตอนนี้มีการปรับเปลี่ยนให้จำคุก 7 ปี ปรับ 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่อย่างไรผมก็มองว่ามันไม่คุ้มกับชีวิตของสัตว์ป่าที่เสียไปอยู่ดี หรือตอนนี้จะมาบอกว่าล่าเพื่อประทังชีวิตมันเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผลแล้ว เพราะเวลานี้เรามีเนื้อปศุสัตว์ปลอดโรคต่างๆ มากมาย ดังนั้นผมจึงมองว่ามันไม่มีเหตุผลอะไรที่มีน้ำหนักมาเพียงพอที่ต้องออกไปล่าสัตว์ป่า

อยากให้คุณหมอช่วยประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของสัตว์ป่าว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ต่อระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรมและเพื่อตระหนักถึงความสำคัญให้ชัดมากขึ้น

ในประเทศบราซิล มีการนำลิงโกลเด้นไลออนไปขายทั่วโลกครับ พอขายไปเรื่อยๆ ลิงพวกนี้ก็ลดน้อยลง บราซิลจึงมีโครงการจะนำลิงเหล่านี้ไปปล่อยคืนสู่ป่า ปรากฎว่าพอคืนลิงเหล่านี้สู่ป่าพวกเขากลับทำหน้าที่ได้ไม่ดีนัก จากนั้นจึงมีการวิจัยและพบว่ากว่าที่ลิงจะสามารถปรับตัวเข้าสู่เข้าสู่ระบบนิเวศดั้งเดิมได้ต้องใช้งบประมาณกว่า 700,000 บาทจากราคาเดิมที่ขายตามท้องตลาด 6,000 กว่าบาทซึ่งมันมากกว่า 116 เท่าของราคาเดิม อย่างเสือดำตัวหนึ่ง มูลค่าที่ผมประเมินตามเศรษฐกิจโลกอย่างต่ำอยู่ที่ประมาณ 800,000 บาท เมื่อคูณ 116 เท่า เสือดำตัวหนึ่งก็จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 92,000,000 บาทครับ
ซึ่งการคิดมูลค่าของสัตว์ป่าเหล่านี้เราไม่ได้ต้องการให้ผู้ทำผิดมาชดเชยเป็นวงเงินเท่านี้ แต่เราต้องการให้สังคมตระหนักว่าสัตว์ป่าตัวหนึ่งถ้าคิดเป็นเงิน พวกเขาจะมีมูลค่ามากเท่าไร เพราะการที่เราสูญเสียสัตว์ป่า 1 ตัวไม่ใช่แค่การนำสัตว์ตัวใหม่ไปแทนแล้วจะจบ ในเรื่องของสัตว์ป่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญแค่เรื่องจำนวนเพียงอย่างเดียวแต่เรายังใส่ใจในเรื่องพันธุกรรม การหายไปของสัตว์ป่า 1 ตัวมันคือการหายไปของสัตว์ป่า 1 พันธุกรรม แต่การที่เรานำเรื่องมูลค่าของสัตว์ป่าออกมาพูดเพราะเป็นสิ่งที่มีอิมแพคต่อผู้ได้ฟัง เช่น ผมเล่าให้ชาวบ้านฟังว่า ช้างตาย 1 ตัวเท่ากับเราเสียภาษีเป็นล้านๆ บาทเลย พวกเขาก็จะเห็นภาพได้ชัดมากขึ้น

การสูญเสียสัตว์ป่าส่งผลต่อระบบนิเวศแน่นอน แต่อยากให้คุณหมอเล่าให้เห็นภาพมากยิ่งขึ้นว่า จะมีผละกระทบใดเกิดขึ้นอีกจากการสูญเสียชีวิตสัตว์ป่าบ้าง

สัตว์ป่าคือตัวรักษาความสมดุลของระบบนิเวศ ป่าไม้ ต้นน้ำ ลำธารทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด เพราะฉะนั้นถ้ามีสิ่งมีชีวิตใดหายไปก็จะกระทบอีกหลายๆ ห่วงโซ่ อย่างผลกระทบที่เราเห็นได้ชัดที่สุดเลยคือ ภัยธรรมชาติที่พวกเรากำลังเผชิญอยู่ครับ ผลกระทบของการสูญเสียสัตว์ป่าไม่ใช่ว่ามันยังไม่มาถึง แต่ได้ส่งผลกระทบต่อมนุษย์มานานแล้ว เมื่อสัตว์ป่าถูกล่า ระบบนิเวศก็ถูกเปลี่ยนแปลงจึงทำให้เกิดภาวะโลกร้อน อากาศเปลี่ยแปลงและภัยธรรมชาติก็ตามมา แล้วการนำเนื้อสัตว์ป่ามากินก็เป็นการนำเชื้อโรคมาเผยแพร่สู่มนุษย์ การไปเปลี่ยนแปลงถิ่นอาศัยของสัตว์ป่าก็ทำให้พวกเขาเข้ามาใกล้ชิดมนุษย์มากขึ้นและเป็นตัวการที่นำโรคมาติดต่อสู่คน ไม่ว่าจะเป็นโรคซาร์ , ไข้หวัดนก, ไข้สมองอักเสบ ฯลฯ เหล่านี้ล้วนเกิดจากสัตว์ทั้งนั้นและนี่คือผลกระทบจากการล่าสัตว์ป่าที่กำลังคุกคามเราอยู่ครับ

แล้วคุณหมอคิดว่าควรจะมีการแก้ไขปัญหาระยะยาวอย่างไรบ้างคะ

ตอนนี้เรากำลังใช้กรณีที่เคยเกิดขึ้น มาสร้างความตระหนักให้กับสังคมและผมก็คิดว่าวิธีนี้จะทำให้สังคมรับรู้ได้ดี พอคนในสังคมได้รู้ พวกเขาก็จะตระหนักแล้วไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการล่าสัตว์ในที่สุด จริงๆการปรับแก้กฎหมายมันอาจะเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ถ้าคนไม่ทำผิด กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ ดังนั้นการสร้างจิตสำนึกให้คนตระหนักถึงความสำคัญของสัตว์ป่าผมว่าสำคัญกว่าการแก้ไขกฎหมายนะครับ

เอาเข้าจริงการทำงานของคุณเหมือนการพายเรือไม่เห็นฝั่งเหมือนกัน อีกทั้งปัญหาต่างๆ อย่างรุมเร้าเข้ามามากมาย แต่อะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้คุณทำงานตรงนี้มากว่า 10 ปี

ถ้าตอบแบบนักเลงหน่อยคือ เรารู้อยู่แล้วว่าสิ่งมีชีวิตทุกสิ่งต่างเชื่อมโยงกัน สิ่งใดสิ่งหนึ่งสูญหายไป ไม่นานก็มาถึงตัวเรา สิ่งที่ทำทุกวันนี้ผมพูดได้เลยว่าเป็นเพราะผมเห็นแก่ตัว เราไม่อยากให้ภัยอันตรายตรงนั้นมันเกิดขึ้นกับตัวเรา ก็เลยต้องไปพิทักษ์สิ่งอื่นให้มันอยู่รอด เพื่อไม่ให้ย้อนมาที่ตัวเราในอนาคต อีกเรื่องหนึ่งคือผมมองว่าไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์เราต่างมี 1 ชีวิตเท่ากัน ถ้า 1 ชีวิต ช่วยอีก 1 ชีวิตได้ ก็ถือว่าเท่าทุน แต่ถ้าอีก 1 ชีวิตช่วยได้อีกร้อย อีกพันชีวิต นั่นคือกำไรที่พึงกระทำ การทำงานของผมล้วนเกิดจากการแสวงหาผลกำไรของชีวิตเราเองเท่านั้นครับ
สิ่งที่ผมทำมันเป็นงานที่ต้องเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ ไม่มีหลักอ้างอิงทางวิชาการ ไม่มีแนวทางปฏิบัติเพื่อให้สอดคล้องกับงาน เรื่องไหนดีก็บันทึกแล้วถ่ายทอด เรื่องไหนไม่ดีก็จดจำและไม่ทำอีก ตอนนี้ตัวผมเองได้ไปเป็นอาจารย์ วิทยากร รวมทั้งเป็นครูฝึกให้กับเจ้าหน้าที่ มีการสอนลูกศิษย์ตามมหาวิทยาลัย ให้ทักษะปฏิบัติกับชาวบ้านเพื่อสร้างเครือข่าย สร้างองค์ความรู้ให้เกิดในวงกว้าง เพราะเรารู้ว่าเราทำคนเดียวไม่ได้ และทำได้ไม่ดีพอ จริงๆ แล้วเวลาเกิดปัญหา สัตว์ป่าเขาไม่ต้องการหมอที่เก่งที่สุดนะครับ แต่เขาต้องการหมอที่เร็วที่สุด ผมมีหน้าที่ในการสร้างหมอที่เร็วที่สุด ให้เขาสามารถแก้สถานการณ์เฉพาะหน้าได้ คนไข้ของเราอยู่ในป่า การที่เราจะไปแต่ละที่ ต้องใช้เวลา การสร้างศักยภาพและทักษะให้กับคนเหล่านี้ มันเป็นเรื่องที่จำเป็นมากครับ

เคยเจอคนที่มาฝึกงานกับคุณหมอแล้วดื้อบ้างหรือเปล่า

มีครับ ผมค่อนข้างชอบเลยนะ เด็กที่จะสอบแพทย์มักจะเป็นคนที่มั่นใจ มีความอยากรู้อยากเห็น รวมถึงมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้สูง เพราะว่าการเรียนในวิชาชีพสัตวแพทย์ก็ไม่ต่างจากวิชาชีพแพทย์ด้านอื่นๆ มันเกี่ยวข้องกับความอยู่รอด การรู้จริง ปฏิบัติจริง ดังนั้นเวลาที่ผมเจอเด็กดื้อเหล่านี้ ผมจะชอบ เพราะผมเห็นว่าพวกเขาคือเด็กฉลาด คำถามที่เขาถามมา บางทีห้วนๆ กวนๆ บางเรื่องก็ไม่ควรถาม แต่มันคือความท้าทายเพราะถ้าเราตอบให้เขาเข้าใจได้ มันเป็นการประเมินศักยภาพของตัวเราเองด้วย ผมว่าไม่ว่าเราจะทำอะไรก็แล้วแต่ ตัวชี้วัดว่าคุณเก่งหรือเปล่ามันคือการถ่ายทอด ซึ่งแค่บอกให้เขารับรู้มันไม่พอ ต้องทำให้เขาอยากมีประสบการณ์จริง พอเขาเข้าใจก็จะสามารถไปพูดต่อให้คนอื่นเข้าใจได้ตรงนี้สำคัญ มันคือการสร้างฮีโร่คนใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์ในสังคมไทย นี่คือเป้าหมายของผม

คุณหมอทำงานในรูปแบบนี้ สมาชิกในครอบครัวแสดงความเป็นห่วงยังไงบ้าง

เขาห่วงเรื่องความปลอดภัย อันตราย เพราะผมต้องทำงานในป่า เวลาพ่อแม่เห็นลูกโดนช้างไล่กระทืบ โดนกระทิงไล่ขวิด ก็ไม่สบายใจ ผมเลยต้องสร้างความเชื่อมั่นกับคนในครอบครัวด้วยการแสดงให้เขาเห็นว่าเรารักตัวเอง ผมออกกำลังกาย พักผ่อนให้เพียงพอ เวลาจะทำงานเราก็ระมัดระวัง มีความรอบคอบในการทำงาน เจ็บไข้ได้ป่วยก็รีบไปหาหมอ อย่าปล่อยไว้นาน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเรารักตัวเอง แล้วเวลาที่เราเสร็จภารกิจ เราก็กลับมาใช้ชีวิตในเมือง มีไลฟ์สไตล์ปกติ ไปกินข้าวกับเพื่อนๆ ไปแฮงค์เอาต์ ไปดูหนัง ไปเล่นกีฬา กิจกรรมเหล่านี้เป็นสิ่งที่บอกกับตัวเราเองว่า เราจะต้องมาสัมผัสกับโลกแห่งความเป็นจริงในสังคมเมืองด้วย ไม่ใช่ไปขลุกอยู่แต่ในป่าและสิ่งที่ผมต้องการให้น้องๆ ลูกศิษย์มองผมก็คือ หมอแบบเราไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่แต่ในป่า ยากลำบาก เพราะเมื่อคุณเสร็จภารกิจ คุณก็สามารถไปใช้ชีวิตแบบคนอื่นในสังคมได้เช่นกัน

ทุกวันนี้คุณหมอแบ่งสัดส่วนการใช้ชีวิตในเมืองกับในป่าอย่างไรคะ

ถ้าใน 1 เดือนก็ 50:50 ครับ แต่ช่วงหลังๆ มีการบริหารจัดการดีขึ้น ปัญหาก็เลยไม่เกิด เราจะเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา เพียงแต่ว่าเมื่อไรที่ต้องมีการรักษา เราก็ต้องเข้าไปรักษา เข้าไปดูแล

เราจะรู้ได้อย่างไรคะว่าตอนนี้สัตว์ตัวไหนเป็นอะไร

สัตว์ป่าถ้าไม่เจ็บหนักจะไม่โผล่ออกมาให้คนเห็น เพราะฉะนั้นจิตวิญญาณและทัศนคติของสัตว์ป่าที่มีต่อมนุษย์คือ ไม่ว่ามนุษย์จะเลวกับเขามากน้อยขนาดไหน เมื่อเขาอยู่ในวาระสุดท้ายที่ใกล้จะตาย เขาก็ยังเชื่อว่ามนุษย์คือที่พึ่งพิงสุดท้ายที่ทำให้เขาอยู่รอดได้ครับ

คุณเป็นนายสัตวแพทย์สัตว์ป่าที่ได้รับความสนใจจากคนภายนอกมากทีเดียว คิดว่าเป็นเพราะอะไรที่ทำให้มีคนรู้จักคุณหมอมากขนาดนี้

จริงแล้วคนไม่น่าจะรู้จักผมเยอะนะครับ เพราะว่าเราทำงานในป่า มันไม่ใช่งานโชว์ ข้อจำกัดในการทำงานต่างๆ มันมีมากมาย แต่ต้องยอมรับว่า ณ เวลานี้สื่อสังคมออนไลน์ การแชร์ การถ่ายทอดข้อมูล มันเกิดขึ้นตลอดเวลา และเป็นสิ่งที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วผมก็ใช้ช่องทางนี้สื่อสารให้สังคมได้รับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจากการบุกรุกของมนุษย์ และมันได้เตือนอะไรมนุษย์บ้าง นี่จะเป็นข้อมูลที่ทำให้มนุษย์ปรับตัวได้ครับ

หลายๆ คนมองว่าคนทำงานแนวนี้น่าจะมีบุคลิกแบบหนึ่ง ซึ่งมักจะเป็นแนวเซอร์ แต่คุณหมอกลับชอบแต่งตัว แถมยังดูแลตัวเองได้ดีด้วย เคยคิดไหมว่าเพราะบุคลิกแบบนี้แหละที่ทำให้คุณโดดเด่นขึ้นมา

ปกติเวลาผมทำงาน ก็จะเซอร์นะครับ แต่ก็ขอให้มีสไตล์ชุดทำงานในแบบของเรา ใส่แว่นเพื่อกันฝุ่น ผ้าโพกหัวเพราะกันแมลงเข้าหู กันแมลงต่อย มีชุดทำงานที่กระฉับกระเฉง รัดกุม มีอุปกรณ์ เครื่องมือ ดูเป็นไลฟ์สไตล์แบบกวนๆ หน่อย เพียงแต่ว่าตัวชี้วัดเหล่านี้มันคือผลงานมากกว่านะครับ

เคยได้ยินมาว่า คุณหมอเป็นคนไม่รักสัตว์ แต่เพราะอะไรถึงมาทำงานตรงนี้คะ

มันเป็นความรับผิดชอบเราครับ และสัตว์ป่าบนโลกใบนี้คนทั้งโลกเป็นเจ้าของ ประชาชนชำระภาษีมาเป็นเงินเดือนให้เป็นสัตวแพทย์สัตว์ป่า เราก็ต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด อีกอย่างคือผมอยากทำให้คนอื่นเห็นว่าขนาดผมเป็นคนไม่รักสัตว์ ผมยังทำหน้าที่นี้ได้ แล้วถ้าคนมาทำรักสัตว์ล่ะ เขาจะทำได้ดีขนาดไหน

ถ้าคุณหมอต้องรักษาสัตว์ป่าที่บาดเจ็บและกำลังดุร้ายด้วย จะเตรียมตัวรับมืออย่างไรคะ

ถ้าเขาไม่นอนพะงาบ ยังพอที่จะระมัดระวังตัวได้ เราจะใช้ปืนยิงยาสลบ ซึ่งก็ต้องเข้าไปยิงในป่า การยิงยาสลบเป็นเรื่องที่ยากเพราะว่าเราอยู่ในป่าทึบ ไม่เหมือนในต่างประเทศที่เป็นทุ่งหญ้าสามารถขับรถหรือขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปยิงได้ แต่เราเดินเท้าเข้าไปแทนครับ (ทราบมาว่าปืนยิงยาสลบเองก็มีอยู่ไม่กี่กระบอก) ในอดีตมีไม่เยอะครับ แล้วมันก็เป็นความน่ารักของหน่วยงานผมเองที่เมื่อก่อน ผมคนเดียว แต่มีปืนยิงยาสลบให้ใช้ถึง 5 กระบอก มองเผินๆ ก็คือทำไมไม่หาหมอมาเพิ่มล่ะ ยังว่างตั้ง 4 ระบอก แต่โดยนัยคือเขาต้องการให้ผมเซฟตัวเองไว้ เวลาที่เรายิงยาสลบ ปืนมันหนัก เรายิงเสร็จ เราก็ทิ้งปืน ช้างก็เดินมากระทืบปืน หรือกระทิงก็วิ่งมาสนใจปืน แล้วเราก็วิ่งหนีไป ก็ยังมีปืนอีก 4 กระบอกที่ใช้งานได้ นั่นคือมุมมองที่หน่วยงานเขาเซฟหมอไว้

จริงๆ แล้วในวันนี้คุณหมอยังต้องการอุปกรณ์อะไรอีกหรือเปล่าคะ

สังคมหรือคนรอบนอกเห็นผมทำงานในพื้นที่ป่าที่มีข้อจำกัดเยอะ เขาก็อยากให้ผมเป็นเพอร์เฟ็กชั่นนิสต์ แต่การทำงานในป่า เราอยู่ในฐานะที่เป็นผู้ปฏิบัติที่ดีมากกว่า นั่นคือ ไม่ต้องมีอะไรมากมาย เพียงแค่มีอุปกรณ์ที่เหมาะสมและเพียงพอก็ OK! เพราะถ้ามีอะไรเกิดขึ้นนอกเหนือจากนี้มันจะทำให้เราดึงศักยภาพในการใช้ไหวพริบ ปฏิภาณในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากับเหตุการณ์นั้นขึ้นมา สถานการณ์จะทำให้เรามีสติ ได้คิด ได้ไตร่ตรอง จนออกมาเป็นแนวทางที่มันเหมาะสมได้ครับ

สำหรับคุณหมอเอง ของจำเป็นที่ต้องติดตัวเข้าป่าตลอดมีอะไรบ้างคะ

ผ้าโพกหัว, หมวก, แว่นตา, คอนแทกเลนส์, ชุดเครื่องแบบ, ปืนยิงยาสลบ, ปืนพกสำหรับป้องกันตัว, มีด, อุปกรณ์ยังชีพ และเรื่องศิลปะการต่อสู้ เช่น ฆ่าคนได้ด้วยมือเปล่า บางทีเราเข้าไปเจอพวกพรานป่า ก็มีปะทะ มีต่อสู้บ้างครับ

มีเคสไหนที่หมอเกือบเอาชีวิตไม่รอดบ้างไหมคะ

มีครั้งหนึ่งที่เข้าไปรักษากระทิงที่บาดเจ็บเพราะถูกยิง แล้วกระทิงก็ไล่ขวิด เราก็เลยต้องรีบปีนต้นไม้ แล้วกระทิงก็หงุดหงิด เพราะเขาทำอะไรไม่ได้ ตอนแรกคิดว่ากระทิงเดินหนีไปแล้ว แต่ปรากฏว่าสักพักเขาวิ่งกลับมากระแทกต้นไม้ที่เราปีนอยู่ เพื่อให้เราตกต้นไม้ให้ได้ กระแทกอยู่เป็นครึ่งชั่วโมง ตอนนั้นผมเองก็มือเหนียวมาก เกาะต้นไม้แน่นเลยครับ (หัวเราะ) จากนั้นก็ดึงสติกลับมา แล้วค่อยๆ แก้สถานการณ์ ถามว่าผมกลัวไหมกับสิ่งที่เกิดขึ้น กลัวครับ แต่ผมกลัวเขาตายมากกว่า ถ้าเราไม่รักษาเขา เพราะอย่าลืมว่า มนุษย์ไปทำเขา จนเขาจะตายอยู่แล้ว เขาต้องการเรานะครับ เคสนี้สุดท้ายผมก็ได้รักษาเขานะ เราก็ยิงยาสลบ และผ่าตัด รักษาเขาในป่าครับ

ก่อนนั่งสัมภาษณ์กันจริงจัง เราคุยกันเรื่องช้างตกมัน ซึ่งคุณหมอบอกว่าช้างตกมันไม่น่ากลัวเท่ากับช้างตกใจ อยากให้อธิบายให้ฟังหน่อยค่ะ

เพราะช้างจะตกใจเมื่อไรก็ได้ ถ้ามีสิ่งแวดล้อมเข้าไปกระตุ้น เช่น การส่งเสียงดัง การเปลี่ยนระดับเสียงจากเบาเป็นดัง การใช้แสงแฟลตเพื่อกระตุ้นอะไรต่างๆ เราก็ต้องพยายามงดเว้นสิ่งเหล่านี้ถ้าอยู่ใกล้เขา หรือถ้ามันเกิดขึ้นมาแล้วก็ถอยก่อน วิ่งหนีก่อน ช้างเองวิ่งไม่ได้ แต่เดินเร็วนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน คือถึงแม้ช้างเป็นสัตว์ที่ตกใจง่าย แต่ก็หายไวเหมือนกัน ซึ่งเราสามารถสังเกตพฤติกรรมได้ คือ ถ้าเขายังหูกาง หางชี้อยู่ แสดงว่ายังโกรธอยู่ก็ให้เขาไปก่อน แต่ถ้าเขาอยู่นิ่ง สะบัดหู แกว่งหางไปมา หากินอาหารแสดงว่าเขาเริ่มผ่อนคลาย เริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ส่วนช้างตกมันเป็นการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยา ซึ่งดูจากรูปร่างและร่างกายเขาเราก็จะรู้ได้ครับ (เคยเจอช้างที่ทั้งตกใจและตกมันไหมคะ) เจอครับ ภาวะตกมันคือภาวะที่ช้างร่างกายสมบูรณ์ แข็งแรงมากๆ ก็ต้องดูว่าระยะไหน ถ้าระยะที่น้ำมันไหลเข้าปาก นั่นคืออาละวาด ถ้าระยะที่น้ำมันไหลยังไม่เข้าปากยังซึมๆ อยู่ แต่อาจจะโกรธง่ายหน่อย พอเราเจอแบบนี้ เราไม่มีทางที่จะควบคุมตัวช้างได้ แต่เราสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวช้างได้ อย่าทำให้เขาตกใจ อย่าให้สภาพแวดล้อมไปรบกวนตัวเขา เราจะต้องเป็นคนอำนวยการทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการสั่งการทั้งทางวิทยุ สัญญาณมือ ถ้าเราทำงานกับทีมงานที่ทำด้วยกันมานาน เราก็จะสามารถจัดการกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ ผมไม่ได้มองว่ามันคือปัญหา แต่มันคือเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าเวลาหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว เราจะเข้าไปบริหาร จัดการมันอย่างไร

คุณหมอเองเป็นคนกลัวงู อย่างนี้มีวิธีการเซฟตัวเองอย่างไร ยิ่งเวลาต้องเข้าไปทำงานในป่า

เราจะพยายามสังเกตว่าตรงไหนที่เป็นอาจจะเป็นที่อยู่ของงู แล้วพยายามหลีกเลี่ยง กับอีกอย่างคือภาวนาว่าอย่าเจอเลย (หัวเราะ) แต่โดยหลักๆ พวกงูเหล่านี้จะทางใคร ทางมัน เขาก็หลบเราอยู่แล้ว ถ้าเราไม่เข้าไปทำอันตรายเขา และเวลาที่เราเข้าไปทำงานในป่า ใจเราต้องนิ่งและบริสุทธิ์ บางทีก็แผ่เมตตา หรือบอกว่าเรามาทำงานนะ ขอให้ปกป้อง คุ้มครองเราด้วย ขออย่าให้เจออันตรายอะไรเลย ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุอะไรเลวร้ายกับนะครับ

คุณหมอคิดว่าตัวเองรู้ใจสัตว์ป่าประเภทไหนบ้างคะ

ผมไม่รู้ใจสัตว์แบบไหนเลยครับ สัตว์ป่าจะมีสัญชาติญาณแตกต่างกันไป แล้วในแต่ละตัวก็จะมีความแตกต่างกันด้วยเพราะฉะนั้นเราจะไม่รู้ใจ แต่เราจะอ่านใจเขาได้โดยใช้สถานการณ์ ณ เวลานั้นว่าเขากำลังคิดอะไร กำลังจะทำอะไร ทุกอย่างเกิดจากการประสบการณ์ล้วนๆ ครับ และที่สำคัญอีกเรื่องคือการฟังครับ ผมเป็นคนที่ฟังลูกน้องมาก ฟังคนอื่นมาก ฟังเยอะก็ได้ข้อมูลเยอะ ได้ความรู้เยอะนะครับ

เวลาเข้าไปทำงานในป่า คุณเคยกลัวตายไหมคะ

เหตุการณ์เหล่านี้มันมีโอกาสเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา มันขึ้นอยู่กับว่าเรามีสติขนาดไหน ทุกคนก็กลัว แต่ถ้ากลัวถึงขนาดว่าไม่กล้าทำอะไร ก็อยู่บ้านนะครับ แต่ในเมื่อเราต้องเผชิญออกมากับความเป็นจริง เราต้องมีสติครับ

วันนี้มีสัตว์ประเภทไหนที่ยังไม่ได้รักษาอีกบ้างคะ

เรารักษาสัตว์ป่ามาเกือบทุกกลุ่มแล้วครับ (แล้วถ้าเรารักษาจนเขาแข็งแรงแล้วล่ะคะ เขายังจะไล่ทำร้ายเราอีกไหม เขาก็ยังไล่เราปกติครับ แต่มันเป็นการหนีตายที่มีความสุขมาก เป็นการวิ่งหนีเอาตัวรอดที่มีรอยยิ้ม เพราะหมายถึงการรักษาสัมฤทธิ์ผล แล้วนั่นก็เป็นตัวชี้วัดให้เห็นว่าเขาจำหมอไม่ได้หรอกครับ

เคสสะเทือนใจหมอ เป็นเคสไหนคะ

ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ฝนตก แล้วลูกเม่นตัวหนึ่งที่ถูกรถเหยียบทั้งล้อหน้า ล้อหลัง และยังไม่ตายทันที เขาก็มาตกอยู่ที่ท่อระบายน้ำ ข้างๆ ถนนมีรอยเลือด ขนเม่นกระจาย ภาพที่สะเทือนใจก็คือแม่เม่นมาเลียขน เลียเลือดของลูก ส่วนตัวลูกที่ยังไม่ตายก็ร้องหาแม่ วินาทีนั้นด้วยความที่เราเป็นหมอ ผมมีความตั้งใจมากว่าเราจะช่วยเขาให้รอด เพื่อให้เขาอยู่ในโลกใบนี้ อยู่กับแม่เขาต่อไป แต่พอเรามาจับดูที่ท้องเขา ปรากฏว่าอวัยวะภายในเขาแหลกเหลวไปหมดแล้ว มันเกินเยียวยา สิ่งที่เราทำก็คือต้องช่วยให้เขาพ้นจากทุกขเวทนา นั่นคือฉีดยาให้เขาไปอย่างสงบ โดยที่ไม่ทุกข์ทรมาน เพราะฉะนั้นเวลาที่สัตว์ป่าเหล่านี้บาดเจ็บ การมาของหมอ ไม่ได้มาเพื่อรักษาอย่างเดียว แต่มาเพื่อความเหมาะสม ซึ่งมีความเหมาะสมอยู่ 2 อย่าง คือช่วยให้รอดกับช่วยให้พ้นจากทุกขเวทนา แล้วก็เคยมีคนถามว่า คุณมีสิทธิ์อะไรมาชี้วัดความเป็นความตาย ของสัตว์ คำตอบคือสัตว์ป่ามันฆ่าตัวตายไม่เป็นไงครับ ถ้าเป็นกรณีของคน ทำไมหมอจะต้องคุยกับญาติคนไข้ว่าถอดสายอ๊อกซิเจนเถอะ เพราะมันทรมานมากเกินเยียวยาแล้ว ซึ่งสัตว์มันคิดแบบนั้นไม่ได้ครับ เราประเมินทุกอย่างด้วยความเหมาะสมก่อนจะทำอะไรเสมอ

ทุกครั้งที่ไม่สามารถรักษาชีวิตสัตว์ได้ คุณหมอรู้สึกอย่างไรบ้าง

สำหรับผม ความเสียใจไม่มีนะครับ แต่จะมีคำถามกลับมาที่ตัวเองว่าเราได้ทำเต็มที่ภายใต้ข้อจำกัดในด้านต่างๆ ที่อยู่ในป่า ทั้งเรื่องอุปกรณ์ หยูกยาที่มันจำเป็นแล้วหรือยัง ถ้าเราทำได้ดีแล้ว ผมก็ไม่เสียใจแล้วครับ เรื่องราวต่อจากนั้นก็จะเป็นบทเรียนสำหรับเราว่า ครั้งหน้าถ้าเกิดปัญหาแบบนี้ เราจะต้องแก้ไขอย่างไร

พอทำงานตรงนี้นานๆ เข้า คุณหมอได้ลด หรือเลิกอะไรในชีวิตลงไปบ้างหรือเปล่า

เมื่อก่อนผมจะเป็นคนขี้เมาหน่อย ดื่ม เที่ยว แต่พอมาทำงานตรงนี้ เวลาทำงานมันขึ้นอยู่กับคนไข้ของเรา โดยเฉพาะคนไข้ของเราหากิน 24 ชั่วโมง บางตัวหากินกลางคืน บางตัวก็หากินกลางวัน เราเลยต้องคงความมีสติไว้ตลอด 24 ชั่วโมง เวลามีเหตุฉุกเฉินจะได้ไปทำงานได้ ถ้าไปเมา ไปแฮงค์เอาท์กับเพื่อนๆ แล้วเลิกตี 2 ตี3 ลุกขึ้นไปทำงานไม่ได้ เราก็จะไม่ทำ ตอนนี้ผมดื่มบ้าง พอสำราญ แต่จะไม่หัวราน้ำ เพราะเคยเกิดเหตุว่าผมกำลังเมาหัวราน้ำ แล้วมีเหตุต้องไปปฏิบัติงาน ซึ่งเราก็ทำได้นะ แต่มันไม่ดีพอก็เลยต้องปรับตัวครับ

คุณหมออยู่กับธรรมชาติมากว่า 10 ปีแล้ว บอกได้ไหมว่าตอนนี้ธรรมชาติกำลังเตือนอะไรเราอยู่บ้าง

ธรรมชาติเตือนมนุษย์ว่าอย่าเยอะ อย่าคุกคาม เบียดเบียน เปลี่ยนแปลงธรรมชาติครับ เพราะธรรมชาติกำลังตอบโต้มนุษย์อยู่วิธีหนึ่งก็คือการปล่อยเชื้อโรคใหม่ๆ ขึ้นมา ปล่อยสู่สัตว์ป่า สิ่งแวดล้อม ถ้ามนุษย์ไม่ไปรุกรานสัตว์ป่า ไม่ไปรุกรานสิ่งแวดล้อม มนุษย์ก็จะอยู่ได้ แต่ถ้ามนุษย์ไปเบียดเบียนสัตว์ป่า บริโภคสัตว์ป่า ตัดไม้ทำลายป่า ก็ทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเหล่านั้นมาสัมผัสกับมนุษย์จนมนุษย์สามารถติดได้ แล้วก็ติดจากมนุษย์สู่มนุษย์ต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้ธรรมชาติคัดเลือกแล้วว่าผู้ที่ปรับตัวได้คือผู้ที่อยู่รอด ในบทบาทของผมคือทำอย่างไรก็ได้ให้มนุษย์มีการปรับตัวเพื่อที่จะได้อยู่ด้วยกันได้ เราจะได้อยู่รอดไปด้วยกัน

นายแบบ: นายสัตวแพทย์ภัทรพล มณีอ่อน
สไตลิสต์: Karat
แต่งหน้า-ทำผม: โชติรส โรดดอน
ช่างภาพ: Kantarika
สัมภาษณ์: กิ่งสุรางค์ อนุภาษ
สถานที่: Sofitel Bangkok Sukhumvit โทร.0-2126-9999

Comments

comments

ใส่เดี่ยวก็ชิลล์! ใส่คู่ก็น่ารัก! นี่ล่ะอีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าสุดโปรดของคนดังทั้งไทยและเทศ

[unable to retrieve full-text content]

9 เคล็ดลับรักหวานของคู่เลิฟอารมณ์ดี คริสซี่ ทีแกน และ จอห์น เลเจนด์

เมื่อพูดถึงคู่รักที่น่ารักของฮอลลีวูด ต้องบอกว่าคู่ของ จอห์น เลเจนด์ นักร้องชื่อดังสายเพลงโรแมนติก กับคริสซี่ ทีแกน ภรรยานางแบบลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ เป็นคู่รักที่น่าจับตามองคู่หนึ่งเลย เพราะคู่นี้ทั้งโรแมนติก สวีทหวาน ตลก อารมณ์ดี และเรียล แบบว่าน่ารักมาก รวมทั้งยังใช้เวลาด้วยกันตลอด ไม่แปลกใจที่หลายคนยกให้ทั้งคู่เป็นคู่รักสุดเพอร์เฟ็กต์ที่ขอตั้งแฮชแท็กให้เป็น #RelationshipGoals เพียบ!

 

คริสซี่ ทีแกน กับ จอห์น เลเจนด์

คู่รักที่ทั้งหวานและอารมณ์ดีตลอดๆ

จอห์น เจ้าของเพลงหวานๆ อย่าง “All of Me” และ “Love Me Now” ลั่นระฆังรักกับคริสซี่ในปี 2013 ที่โคโม อิตาลี หลังจากสปาร์กรักกับเธอตอนมาเล่นมิวสิกวิดีโอเพลง “Stereo” ของเขาในปี 2007 และเดตกันนาน 4 ปี ปัจจุบันทั้งคู่มีลูกสาวชื่อลูน่า ซิโมน สตีเฟนส์ ซึ่งเกิดจากการทำเด็กหลอดแก้ว วัย 1 ขวบกว่าๆ ด้วยกัน และล่าสุดคริสซี่ยังประกาศข่าวดีเมื่อปลายปีที่ผ่านมาว่าเธอกำลังตั้งท้องพยานรักคนที่ 2 อยู่ อีกไม่กี่เดือนเราคงจะได้เห็นหน้าสมาชิกใหม่ของครอบครัวนี้ และครอบครัวอารมณ์ดีคงจะมีเสียงหัวเราะเพิ่มมากขึ้นแน่นอน OK! ขอแนะนำ 9 เคล็ดลับของคริสซี่กับจอห์นที่ช่วยให้ความรักของทั้งคู่ดูมีทั้งความสดใหม่ ความหวาน ความอบอุ่น และเสียงหัวเราะ มาเป็นส่วนผสมเสมอ

1.ใช้เวลากับลูกสาวลูน่าเสมอ

เพราะช่วงเวลากับลูกนั้นมีค่า เพราะเด็กๆ นั้นโตไวกว่าที่หลายคนคาดคิด เราจึงเห็นภาพน่ารักๆ ของคริสซี่กับจอห์นที่ใช้เวลากับลูกตั้งแต่แรกเกิดจนถึงปัจจุบันมาตลอด

2.กินขนมและทำอาหารด้วยกัน

คู่นี้เป็นคู่รักนักกิน คริสซี่ยังชอบทำอาหารมากๆ ด้วย เธอทำทั้งอาหารฝรั่ง อาหารไทย ฯลฯ (โดยมีคุณแม่คนไทยของเธอมาสอนให้) เธออินถึงขนาดมีตำราอาหารชื่อ Cravings ออกวางจำหน่ายในปี 2016 เลยทีเดียว! แต่ถ้าวันไหนคริสซี่ไม่ว่างหรือรู้สึกไม่สบายขึ้นมา เธอก็ไว้ใจให้จอห์นมารับหน้าที่เข้าครัวได้ และเขาก็พร้อมทำเมนูอร่อยให้เธอกินด้วยความเต็มใจ

3.จุ๊บหวานกระชับรักบ่อยๆ

คริสซี่กับจอห์นรู้ดีว่าการสัมผัสคือภาษากายที่ช่วยบอกรักกันได้โดยไม่ต้องอาศัยคำพูดใดๆ จากรูปจุ๊บ รูปกอด ของทั้งคู่ที่เราเห็นบ่อยๆ ก็พอจะการันตีได้ล่ะเนอะว่าพวกเขารักกันขนาดไหน แต่ถ้าเกิดทะเลาะกันขึ้นมา ทั้งคู่มีวิธีแก้ปัญหาอย่างไร จอห์นเผยเคล็ดลับให้หนุ่มๆ ฟังว่า “บอกภรรยาว่าคุณเสียใจและเธอถูกแล้ว นี่เป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด เพราะบางทีเธออาจจะเป็นฝ่ายถูกจริงๆ ก็ได้ และถึงแม้ว่าเธอจะผิด ก็ขอให้คุณบอกขอโทษเธอไปอย่างที่ผมบอกนั่นล่ะ (หัวเราะ)”

4.มีอารมณ์ขัน

จุดเด่นของคริสซี่กับจอห์นคือความมีอารมณ์ขันที่เข้ามาสร้างสีสันและสร้างเสียงหัวเราะให้กับพวกเขา ทั้งคู่ชอบทำอะไรสนุกๆ ถ่ายรูปตลกๆ ด้วยกัน โดยเฉพาะฝ่ายสาวนี่แฟนคลับบอกว่าเธอเป็นคนฮามากๆ เลยนะ “จริงๆ แล้วคู่รักแต่ละคู่ไม่เหมือนกันหรอก และผมก็ไม่อยากให้คนมองว่าคู่เราเป็นคู่รักที่เพอร์เฟ็กต์ เพราะคำว่าสมบูรณ์แบบในความคิดของแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ผมชอบที่ภรรยาเป็นคนตลกนะ เพราะส่วนตัวผมไม่ใช่คนตลกเท่าไรและเธอก็ทนผมได้ด้วย! ผมว่าอย่างน้อยคู่ของคุณน่าจะมีคนหนึ่งที่เป็นคนตลกนะ ผมเป็นคนที่ค่อนข้างตรง ส่วนคริสซี่จะเป็นคนตลก ฉลาด คล่องแคล่ว น่าตื่นเต้น และเราเข้ากันได้ดีมากๆ”

5.ควงคู่ออกงานพรมแดงด้วยกัน

คริสซี่กับจอห์นไม่เพียงใช้เวลาที่บ้านด้วยกันเท่านั้น แต่เมื่อใดก็ตามที่คนใดคนหนึ่งออกงาน ก็จะพาอีกคนไปเป็นคู่เดทด้วย แต่งตัวต่างสไตล์กันไปแล้วแต่ธีมงาน ทั้งหวาน ชิค เปรี้ยว เซ็กซี่ คู่นี้มีหลายโหมดหลายสไตล์

6.มีเดทไนต์หรือแฮงเอาต์ด้วยกันบ้าง

ถึงจะมีลูกเล็ก แต่เวลาสวีทหวานส่วนตัวของทั้งคู่ก็ยังต้องมี บ่อยครั้งเราจึงเห็นคริสซี่กับจอห์นออกไปแฮงเอาต์หรือมีเดทไนต์ด้วยกันสองต่อสองด้วย จอห์นบอกว่า “ผมคิดว่าการแบ่งเวลาออกไปเดทกันสองต่อสองเป็นเรื่องสำคัญนะครับ เราทั้งคู่โชคดีที่มีคนที่เราไว้ใจมาช่วยดูแลลูกให้ โดยเฉพาะคุณแม่ของคริสซี่ที่มาช่วยดูแลลูน่าให้ตลอด เพราะบ้านของท่านอยู่ใกล้ๆ กับบ้านเรา ถ้าคู่ของคุณโชคดีมีคนมาช่วยดูแลลูกให้แบบเรา บางครั้งก็ต้องใช้ช่วงเวลานั้นให้เป็นประโยชน์  ออกไปเดทกันบ้างเถอะครับ เราต้องมีเวลาที่ได้แต่งตัวเต็ม รู้สึกว่าตัวเองสวย หล่อ และเซ็กซี่ กันบ้าง เพราะชีวิตเราก็ยังต้องการโมเมนต์แบบนี้อยู่”

7.ไปเที่ยวด้วยกันบ่อยๆ

อีกหนึ่งไลฟ์สไตล์ของคนดังคือการเดินทางท่องเที่ยวด้วยกัน ไม่ว่าจะเดินทางไปในที่ไหนๆ ในโลก คริสซี่กับจอห์นบอกเราว่า Better Together นั้นเลิศที่สุดแล้ว!

8.ซัพพอร์ตงานของกันและกัน

คู่นี้ที่จริงคนส่วนใหญ่จะรู้จักจอห์นก่อนในฐานะนักร้องหนุ่มเสียงดี เล่นเปียโนเพราะ เพลงออกแนวโรแมนติกหน่อย ส่วนคริสซี่นั้นเริ่มมาเป็นที่รู้จักในช่วงหลังๆ ในฐานะนางแบบชุดว่ายน้ำนิตยสาร Sports Illustrated และคนชื่นชอบเธอมากเพราะเป็นคนตลก มีอารมณ์ขัน นิสัยน่ารัก เธอยังรับหน้าที่พิธีกรคู่กับแอลแอล คูล เจ ในรายการดัง Lip Sync Battle มาตั้งแต่ปี 2015 จอห์นเผยว่า “ผมอยากให้คริสซี่มีความสุขและใช้ชีวิตให้เต็มที่อย่างที่เธอต้องการ ถ้าเธอตั้งใจอยากทำอะไร ผมมักบอกเธอว่าผมจะคอยเป็นกำลังใจให้คุณเสมอ เราจะทำมันไปด้วยกันนะ”

9.ไม่พลาดแฮงเอาต์กับคนดัง

เมื่อมีเวลาส่วนตัวของครอบครัวแล้ว ก็ต้องมีเวลาเข้าสังคมกับกลุ่มเพื่อนด้วย แถมเพื่อนของทั้งคู่ยังเป็นคนดังๆ อย่างบ้านคาร์ดาเชียน-เจนเนอร์ ด้วยนะ!

[Photo Credit: Instagram/ chrissyteigen, johnlegend]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

ราชาเสือดำผู้ไม่ยอมถูกล่า! ทำความรู้จัก แชดวิค โบสแมน ซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ใน Black Panther

ตั้งแต่ปล่อยเทรลเลอร์หนังออกมาเมื่อปีที่แล้ว Black Panther หนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องล่าสุดจากสตูดิโอยักษ์ใหญ่ Marvel Studios ก็ทำเอาคนดูตื่นเต้น เพราะหนังดูมีสีสัน มีความเท่ และมีฉากแอ็คชั่นสุดมัน พร้อมการเล่าเรื่องและเพลงประกอบที่บรรจงคัดสรรมาอย่างดี (ได้เคนดริค ลามาร์ แร็ปเปอร์เจ้าของรางวัล Grammy Awards มารับหน้าที่เลือกซาวนด์แทร็คของหนังด้วย) แฝงกลิ่นอายแปลกใหม่ที่ไม่เหมือนหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องไหนๆ ของจักรวาลมาร์เวล Black Panther ยังเปิดตัวพระเอกซูเปอร์ฮีโร่คนใหม่ที่เราอยากให้คุณรู้จัก เขาชื่อแชดวิค โบสแมน นักแสดงชาวอเมริกันวัย 40 ปี และนี่คือ 6 เรื่องที่น่าสนใจของหนุ่มหุ่นสตรองคนนี้

แชดวิค โบสแมน กับบทซูเปอร์ฮีโร่สุดเท่ ใน Black Panther

1.เขารับบทซูเปอร์ฮีโร่ผิวสีคนแรกที่เป็นตัวเอกในหนังของค่าย Marvel Studios

ที่ผ่านมา Marvel Studios ผลิตซูเปอร์ฮีโร่มากมายให้มาโลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม ทั้งไอรอนแมน, สไปเดอร์แมน, กัปตันอเมริกา, ธอร์, แอนท์-แมน, ด็อกเตอร์ สเตรนจ์ ฯลฯ แต่ไม่มีซูเปอร์ฮีโร่ตัวไหนเลยที่เป็นซูเปอร์ฮีโร่ผิวสีและเป็นตัวเอกของเรื่อง แบล็ค แพนเธอร์ ฮีโร่ราชาเสือดำผู้ลึกลับในหนัง Black Panther นี่ล่ะที่สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้แก่หนังของ Marvel Studios และบอกเราว่าซูเปอร์ฮีโร่ผิวสีก็ทั้งคูลทั้งเท่ได้เหมือนกัน เรื่องนี้ยังได้ลูปิตา ยองโก เจ้าของรางวัลนักแสดงสมทบหญิงจากหนัง 12 Years a Slave จากเวทีออสการ์ในปี 2014 มาร่วมจอยด้วยนะ

2.เกือบเลิกเป็นนักแสดงเพื่อไปเป็นผู้กำกับ

แชดวิคอาจเป็นที่รู้จักในฐานะนักแสดงและไม่เคยมีผลงานการกำกับมาก่อน แต่แรกเริ่มเดิมทีเขาอยากเป็นผู้กำกับ แต่เรียนการแสดงเพื่อให้เข้าถึงการเป็นนักแสดงมากกว่า หลังจากรับบทเล็กๆ มาสองสามเรื่อง แชดวิคก็คิดจะเลิกเป็นนักแสดงแล้วหันมาเป็นผู้กำกับเต็มตัว จนกระทั่งได้รับการทาบทามให้รับบทนักเบสบอลแจ็คกี้ โรบินสัน ในหนังชีวประวัติ 42 (2013) ซึ่งตอนนั้นเขากำลังอยู่ในช่วงกำกับละครเวทีเรื่อง East Village อยู่ บทนักเบสบอลแจ็คกี้ใน 42 นับเป็นบทแจ้งเกิดของแชดวิค นอกจากนี้เขายังเคยเล่นหนังเรื่องดังอย่าง Gods of Egypt (2016) และ Marshall (2017) มาแล้ว

Gods of Egypt

3.ผลงานการแสดงที่ผ่านมาส่วนใหญ่ของเขาเป็นหนังชีวประวัติ

แชดวิคสนใจการเล่าเรื่องราวจากชีวิตจริง กว่าครึ่งของหนังที่เขาเคยเล่นคือบทของตัวละครที่มีอยู่ในชีวิตจริง รวมทั้งบทเจมส์ บราวน์ ตำนานนักร้องเพลงโซลผู้ล่วงลับใน Get It Up (2014) และเธอร์กู้ด มาร์แชลล์ นักกฎหมายผิวสีคนแรกที่ได้เป็นผู้พิพากษาศาลสูงสุดของประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกาใน Marshall

Get It Up
Marshall

4.เขาเรียนระดับมหาวิทยาลัยในอังกฤษ

หลังจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะวิจิตรศิลป์ สาขากำกับการแสดง จาก Howard University ในวอชิงตัน ดี.ซี. แชดวิคก็ไปเรียนต่อที่ British American Drama Academy ในอ็อกซ์ฟอร์ด อังกฤษ และต่อด้วย Digital Film Academy ในนิวยอร์กซิตี้ นอกจากนี้เขายังเคยเป็นอาจารย์สอนการแสดงมาก่อนด้วยนะ

5.เขามีพรสวรรค์ด้านการเล่นบาสเกตบอล

แชดวิคเล่นบาสเกตบอลมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลายและเคยอยู่ทีมบาสเกตบอลมาก่อน ทุกวันนี้ก็ยังมีโอกาสเล่นบาสฯ อยู่บ้าง นอกจากนี้เขายังเป็นแฟนกีฬาเบสบอลด้วย น่าแปลกที่เขาเคยเล่นแต่หนังที่เกี่ยวกับอเมริกันฟุตบอลและเบสบอล แต่ไม่เคยเล่นหนังเกี่ยวกับบาสเกตบอลเลย

6.เขามีความฝันอยากรับบทจิมี่ เฮนดริกซ์

คุณอาจคิดว่าการมีโอกาสได้เล่นบทเจมส์ บราวน์ คือสุดยอดโอกาสทางการแสดงในชีวิตของแชดวิคแล้ว แต่อีกบทบาทหนึ่งที่หนุ่มคนนี้อยากเล่นมากกว่าก็คือบทจิมี่ เฮนดริกซ์ สุดยอดตำนานมือกีตาร์ระดับโลกแห่งยุค 60 “ผมอยากรับบทจิมี่ เฮนดริกซ์ มากๆ ครับ” แชดวิคเผย

ที่มา: นิตยสาร OK! ฉบับ ก.พ. 2561

[Photo Credit: Instagram/ chadwickboseman, marvelstudios]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

โป๊ป &เบลล่า ประชันฝีมือครั้งแรก ในละครพีเรียดสองภพ บุพเพสันนิวาส

หลังจากทำงานในวงการมาพักใหญ่ในที่สุด สองพระนาง อย่าง  โป๊ป ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ และ เบลล่า ราณี แคมเปน ก็โคจรมาพบกันในละครพีเรียดย้อนยุคเรื่อง บุพเพสันนิวาส นวนิยายของ รอมแพง ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรกทาง สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง3 โดย หน่อง อรุโณชา ภาณุพันธ์  บอสใหญ่แห่งค่าย บรอดคาซท์ไทย เทเลวิชั่น จำกัด  ซึ่งครั้งนี้โป๊ปมารับบทเป็น พ่อเดช เล่นประกบคู่กับนางเอกหน้าหวานอย่าง เบลล่า ราณี  ที่รับบทเป็น แม่การะเกด และ เกศสุรางค์ สาวยุคปัจจุบันที่หลงเข้าไปในยุคของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ซึ่งทั้งสองพระนางได้พูดถึงบทบาทที่ได้รับในละครและการพบกันครั้งให้ฟังว่า

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

“บุพเพสันนิวาสเป็นละครพีเรียดครับ แต่ครั้งนี้แตกต่างจากทุกๆ เรื่องที่เคยเล่นมา เพราะย้อนถึงยุคสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ในเรื่องไม่ได้พูดถึงประวัติศาสตร์มาก ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความรักแบบย้อนอดีต ผมรับบทเป็น พ่อเดช หรือ ขุนศรีวิศาลวาจา เป็นนักการทูตที่ต้องไปเจรจากับทางฝรั่งเศส เป็นคนขรึม ฉลาด ตอนแรกเหมือนจะไม่ชอบนางเอก แต่ถ้าตอนได้รักแล้วรักจริง สำหรับเรื่องนี้ยากพอสมควร เพราะต้องเล่นให้ดูเป็นพีเรียดมาก มีทั้งเรื่องการพูด บุคลิกท่าทาง มีการปรับตัวในซีนที่ยากที่เป็นซีนพูดเยอะ ต้องแสดงอารมณ์แบบโกรธ โรแมนติก งอน ในซีนเดียว ส่วนกับเบลล่า เราไม่เคยร่วมงานกันพอได้มาร่วมงานกันจริงๆ ก็เข้ากันได้ดีครับ เขาเป็นคนเก่ง น้องทำการบ้านมาดี ผมฝากติดตามละครเรื่อง บุพเพสันนิวาสกันด้วยนะครับ” โป๊ปกล่าว

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

ส่วนเบลล่าเล่าถึงบทบาทของเธอให้ฟังว่า “ละครเรื่องนี้เล่นเป็น 2 ตัวละครค่ะ มีในส่วนของอดีตชื่อ การะเกด เป็นผู้หญิงที่ร้ายมาก เจออะไรมาเยอะ รักและหวงพระเอกมาก ร้ายกับทุกคน ยกเว้นคนที่ตัวเองรัก ร้ายจนโดนมนต์ คำสาปและต้องตายไป ส่วนอีกตัวละครชื่อ เกศสุรางค์ ซึ่งอยู่ในยุคปัจจุบัน เป็นผู้หญิงตัวอ้วน น่ารักสดใส และตลกที่แอบชอบเพื่อนสนิทซึ่งก็คือพี่ปั้นจั่น (ปรมะ อิ่มอโนทัย ) วันหนึ่ง เกศสุรางค์ได้เข้าไปอยู่ในร่างของการะเกด เพราะประสบอุบัติเหตุตายในที่ที่เดียวกับการะเกด พอเธอฟื้นขึ้นมาในร่างของการะเกดก็แอบดีใจเพราะผอม สวย หุ่นดี แต่ไม่ได้รับการต้อนรับจากใครเลย มีแต่คนเกลียด จนเกิดความสงสัย และเกิดเรื่องราวสนุกสนานตามมา

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

เรียกว่ามาสร้างความปั่นป่วนในยุคของเขา สอนคนในยุคนั้นทำนู่น ทำนี่ ทำเครื่องกรองน้ำบ้าง ทำอะไรที่เป็นยุคใหม่ ฯลฯ  ส่วนในเรื่องของอารมณ์เล่นยากพอสมควร เพราะสองตัวละครนี้ต่างกันมาก แล้วมีอยู่วันหนึ่ง เบลต้องเล่นเป็นทั้งสองตัวละครเลย เหนื่อยมาก ทั้งบทที่ดราม่าหนักเปลี่ยนมาเป็นอารมณ์กุ๊กกิ๊กน่ารักกับพระเอก ส่วนเรื่องการแต่งหน้า ทำผม  ก็สลับไปมาแต่ก็สนุกดีค่ะ  ฝากติดตามความโก๊ะ เปิ่น ของเกศสุรางค์ ที่มาสร้างสีสันในยุคเก่า และอยากให้รอดูการพัฒนาการของความรักด้วยบุพเพสันนิวาสของทั้งคู่ว่าจะลงเอยกันอย่างไรกันด้วยนะคะ”

บุพเพสันนิวาส

บุพเพสันนิวาส

มาช่วยกันลุ้น เอาใจช่วย กับความรักของเขาทั้งสองที่จะมีเรื่องให้แฟนๆ ละครได้อิน ดูแล้วต้องแอบขำ แอบเขิน ไปตามๆ กัน ติดตามชมใน ละคร บุพเพสันนิวาส ได้เร็วๆ นี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

8 เหตุผลที่ต้องดูไลฟ์โชว์แรกของ Fifth Harmony ในเมืองไทยที่งาน SOUNDBOX

กำลังจะกลับมาอีกครั้งสำหรับงานดนตรีคุณภาพ SOUNDBOX ซึ่งปีนี้มีเซอร์ไพรส์เมื่อวง Fifth Harmony เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอตจากอเมริกา เซย์เยสมาร่วมเป็นหนึ่งในศิลปินที่ขึ้นโชว์ในงานด้วย กับคอนเสิร์ต “Fifth Harmony PSA Tour” โดยงาน SOUNDBOX จะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 5 มี.ค. ณ เมืองไทย จีเอ็มเอ็ม ไลฟ์ เฮาส์ ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ โดยผู้จัดคุณภาพรายเดิม Live Nation BEC-Tero งานนี้สาวกฮาร์โมไนเซอร์มีกรี๊ด มาดูกันว่าเพราะอะไรเราจึงไม่ควรพลาดดูคอนเสิร์ตของ 4 สาวแซ่บเวอร์วงนี้!

Fifth Harmony เกิร์ลกรุ๊ปสุดฮอต

เตรียมมีไลฟ์โชว์แรกในเมืองไทยที่งาน SOUNDBOXFifth Harmony

1.ที่ผ่านมา แอลลี่ บรูค, ลอเรน เฮาเรกี, ไดนาห์ เจน และนอร์มานี คอร์เด 4 สาวป๊อปอาร์แอนด์บี Fifth Harmony มีผลงานอัลบั้มมา 3 อัลบั้ม คือ Reflection (2015), 7/27 (2016) และ Fifth Harmony (2017) โดยเพลงฮิตแซ่บๆ ของพวกเธอก็เช่น “Worth It”, “Boss”, “Work from Home”, “Down”, “He Like That”, “Por Favor”, “Angel”, “Deliver” ฯลฯ ยิ่งเพลง “Worth It” และ “Work from Home” เนี่ย ถ้าได้ฟัง รับรองว่าต้องอยากลุกขึ้นมาเต้นกันด่วนๆ

2.อัลบั้มที่ 3 “Fifth Harmony” ของวงนั้น พวกเธอมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงด้วย! อัลบั้มปล่อยออกมาเมื่อเดือน ส.ค. ปีที่แล้ว โดยเปิดตัวขึ้นเป็นอันดับ 4 ของชาร์ต U.S. Billboard Top 200 และเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ที่มียอดดาวน์โหลดใน iTunes เป็นอันดับ 1 กว่า 50 ประเทศทั่วโลก สาวกฮาร์โมไนเซอร์ทั่วโลกให้การตอบรับอัลบั้มนี้อย่างล้นหลาม ทั้งทางเฟซบุ๊กและทวิตเตอร์ ทั้งยังได้รับการยกย่องจากสื่อดังอย่าง USA Today ว่าเป็น “อัลบั้มชุดที่ดีที่สุดในปัจจุบันของ Fifth Harmony” และนิตยสาร Rolling Stone ยังยกให้เป็น “อัลบั้มที่แข็งแกร่งที่สุด” อีกด้วย!

Fifth Harmony

Fifth Harmony

3.Fifth Harmony เริ่มต้นปี 2017 ด้วยความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่จากการขึ้นแสดงบนเวที People’s Choice Awards และคว้ารางวัลจากเวทีประกวดของศิลปินมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นรางวัลวงดนตรียอดนิยม (Favorite Group) 2 ปีซ้อนจากงาน People’s Choice Awards อีก 3 รางวัลจากงานประกาศรางวัล iHeartRadio Music Awards รวมถึง 2 รางวัลจากเวที Radio Disney Music Awards ทั้งยังมีอีก 2 รางวัลใหญ่ วงดนตรียอดนิยมและเพลงยอดนิยม จากงาน Nickelodeon Kids’ Choice Awards พร้อม 4 รางวัลจากเวที Teen Choice Awards นอกจากนี้ยังได้รางวัลวิดีโอเพลงป๊อปยอดเยี่ยม (Best Pop Video) จากงาน MTV Video Music Awards ไปครองด้วย

Fifth Harmony

Fifth Harmony

4.4 สาวรวมตัวกันมาตั้งแต่ปี 2012 แล้ว โดยเจอะเจอกันในรายการประกวดร้องเพลงชื่อดัง The X Factor ซีซั่นที่ 2 ของอเมริกา และจบด้วยการคว้าอันดับที่ 3 แรกเริ่มมีสมาชิกอยู่ 5 คน คือมีคามิลา คาเบโย ด้วย (พวกเธอถึงตั้งชื่อวงว่า Fifth Harmony) จนกระทั่งคามิลาลาออกจากวงไปเมื่อเดือน ธ.ค. ปี 2016 พร้อมออกอัลบั้มเดี่ยวของตัวเอง แต่พวกเธอก็ยังคงใช้ชื่อวงว่า Fifth Harmony เหมือนเดิมแม้จะเหลือสมาชิกในวงแค่ 4 คนก็ตาม และทุกวันนี้มิตรภาพของ 4 สาวก็ยังคงเหนียวแน่น!

Fifth Harmony
ลอเรนลุคนี้ ฮอตมาก เผ็ดแรงเลยจ้า
Fifth Harmony
ไดนาห์หน้าคม สวยเป๊ะ
Fifth Harmony
แอลลี่สวยเซ็กซี่ค่ะ
Fifth Harmony
นอร์มานีเดินมาแบบมั่นๆ

5.4 สาวเพื่อนซี้วง Fifth Harmony ทั้งร้องเพลงเก่งและเต้นสตรองด้วยนะ ท่ายากๆ เนี่ยพวกเธอเต้นได้หมด! และเวลาขึ้นโชว์ที่ไหน พวกเธอจัดเต็มเกินร้อย ซึ่งคาดว่าไลฟ์โชว์นี้สาวๆ ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวังแน่นอน เตรียมไปจี๊ด ไปแซ่บ กับ Fifth Harmony ได้เลย!

Fifth Harmony

Fifth Harmony

Fifth Harmony

Fifth Harmony

6.4 สาว Fifth Harmony มีทัวร์คอนเสิร์ต PSA Tour เพื่อซัพพอร์ตอัลบั้มล่าสุด Fifth Harmony ด้วย ทัวร์นี้ออกสตาร์ทมาตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. เมื่อปีที่ผ่านมาที่ชิลี และที่จริงตอนแรกเมืองไทยไม่ได้มีชื่ออยู่ในลิสต์ที่สาวๆ Fifth Harmony จะมาทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชียนะ แต่จู่ๆ พวกเธอก็เซย์เยสมาเปิดคอนเสิร์ตที่งาน SOUNDBOX เอ…หรือเพราะสาวลอเรน หนึ่งในสมาชิกของวงบินมาเที่ยวเมืองไทยเมื่อช่วงต้นปีแล้วติดใจหรือเปล่า เธอเลยชวนเพื่อนๆ ในวงให้มีชื่อเมืองไทยไว้ในทัวร์ลิสต์ด้วยน่ะ

Fifth Harmony

Fifth Harmony

7.Fifth Harmony มีผลงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2012 แต่พวกเธอไม่เคยมีโปรโมทริปหรือทัวร์คอนเสิร์ตที่เมืองไทยมาก่อนเลย นี่จึงเป็นโอกาสครั้งแรกที่พิเศษมากที่แฟนคลับของ 4 สาวมั่นเสียงดี ไม่ควรพลาดชมไลฟ์โชว์ของพวกเธอในงาน SOUNDBOX

Fifth Harmony

Fifth Harmony

8.งาน SOUNDBOX ยังมี 2 ศิลปินชื่อดังของไทยมาขึ้นโชว์ด้วยนะ ทั้งหนุ่มโต๋-ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร และออซโม่ เพื่อเบรคความแซ่บของสาวๆ Fifth Harmony และเพิ่มความเท่ให้แก่งาน SOUNDBOX บัตรเข้างานราคา 2,600 และ 1,600 บาท เปิดจำหน่ายบัตรแล้วที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา หรือทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com หรือโทร. 0-2262-3838 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com, www.facebook.com/bectero, Twitter: @BEC_Tero_Ent, Instagram: @BECTERO_ENTERTAINMENT

[Photo Credit: Live Nation BEC-Tero, Instagram: fifthharmony]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments