MOTIFACTS JANUARY 2018 อัปเดตงานดีไซน์ในบ้าน คอลเลกชั่นล่าสุด

เพราะทุกบ้านล้วนแตกต่างกันจากหลายองค์ประกอบ ทั้งเรื่องของโครงสร้าง การออกแบบ การตกแต่ง ไปจนถึงความทรงจำที่ทุกคนมีร่วมกันผ่านการใช้เวลา หรือกระทั่งกับเฟอร์นิเจอร์เครื่องใช้ภายบ้านที่มีเรื่องราวเก็บซ่อนไว้

และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่ MOTIF แบรนด์เฟอร์นิเจอร์คุณภาพระดับไฮเอนด์ได้รังสรรค์ผลงาน เพื่อเป็นของขวัญชิ้นงามในบ้านของทุกคนกับ MOTIFACTS JANUARY 2018 งานดีไซน์ที่เป็นมากกว่าเครื่องใช้ภายในบ้านทั่วไป

PENTA

ถ้าแสงสว่างเป็นของขวัญจากธรรมชาตินำความสมดุลมาให้แก่การใช้ชีวิต  โคมไฟก็ถือเป็นวัตถุแห่งความสมดุลระหว่างบรรยากาศและประโยชน์ใช้สอย  เกิดเป็นของขวัญจากผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม โดยสำหรับโคมไฟ Penta คือการใช้งานที่ตอบโจทย์ความต้องการ  ผลิตจากวัสดุชั้นยอดหลากหลายรูปแบบ ที่มาพร้อมองค์ประกอบดีไซน์แห่งความเป็นเอกลักษณ์ ส่งผลให้ Penta กลายเป็นผู้นำในเรื่องของไฟ  ในแต่ละปีทุกคอลเลกชันจะได้รับการพัฒนายิ่งขึ้น โดยมีความสมบูรณ์แบบ โดดเด่น และคงความสง่างามของแบรนด์ไว้  ผลคือโคมไฟเรียบง่ายแต่มีความไอคอนิก ที่สร้างสรรค์พื้นที่ใหม่ให้ราวกับมีชีวิต เพราะฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ไฟของ Penta จะเป็นงานดีไซน์ไฟที่แสดงถึงพื้นที่ การเคลื่อนไหว และสัมผัสดึงดูดใจ ในเซนส์ที่กว้างขวางจนได้รับความชื่นชอบจากผู้คนทั่วโลก

I 4 M A R I A N I 

จุดเริ่มต้นของ I4Mariani เกิดขึ้นทางตอนเหนือของประเทศมิลาน  เมืองที่เป็นศูนย์กลางของอุสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของอิตาลี ที่ๆ เต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งวิวัฒนาการ และแพชชั่นเรื่องความมีคุณภาพ I4Mariani ถูกคิดค้นและออกแบบให้เหนือกาลเวลา โดยเลือกสรรวัตถุดิบมาอย่างตั้งใจ และประณีตทุกรายละเอียด ใส่ใจทุกกระบวนการผลิต  จุดโดดเด่นของแบรนด์คือความรู้ที่เก็บไว้สำหรับการผลิตโดยใช้หนังแซดเดิล ซึ่งเป็นหนังที่มีเอกลักษณ์ สร้างความโดดเด่นให้กับโปรดักส์และสถานที่ได้เป็นอย่างดี

ปฏิเสธไม่ได้ว่าจุดเด่นที่สร้างชื่อเสียงให้กับ I4Mariani มาอย่างยาวนานนอกจากจะเป็นโปรดักส์ที่มีดีไซน์ร่วมสมัย สวยงามน่าดึงดูด ประโยชน์ใช้สอยคุ้มค่าแล้ว ยังใช้วัสดุในการผลิตที่มีคุณภาพเยี่ยมอย่างหนังแซดเดิล ที่ทางแบรนด์มีความชำนาญในการผลิตจากประสบการณ์กว่า 60 ปี ความพิถีพิถันในการเลือกวัสดุทำให้ทางแบรนด์ ตัดสินใจเลือกใช้หนังของตนเอง ซึ่งหมายถึงจะไม่มีการซื้อจากผู้ค้ารายนอก ทำให้ทางแบรนด์สามารถควบคุมคุณภาพในกระบวนการผลิตได้ตั้งแต่เกรดของหนัง ไปจนถึงการฟอกสีกับโรงฟอกหนังที่มีความชำนาญซึ่งนับเป็นหัวใจสำคัญ เพื่อให้ได้หนังและหนังแซดเดิล (หนังที่ใช้ในการผลิตอานม้า มีความแข็งแรงสูง และทนทานต่อการรับน้ำหนัก) คุณภาพเยี่ยมที่ไม่มีใครเทียบได้

ด้วยวัสดุชั้นเยี่ยมเป็นที่มาของความสบายเหนือระดับ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เหนือกาลเวลานี้ ทำให้สไตล์ของ I4Mariani มีความโดดเด่นส่งต่อข้ามทศวรรษผ่านชิ้นงานไอคอนิกหลากหลาย โดยปัจจุบันคอลเลกชั่นของแบรนด์นี้สามารถตอบสนองความต้องการได้ทั้งในที่พักอาศัย และออฟฟิศเลยทีเดียว

ติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของ MOTIF ได้ที่ www.facebook.com/motifartofliving/


ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

แก้วไวน์คริสตัลสุดหรูหรา 5 คอลเล็กชั่น จากแบรนด์ Lucaris คุณภาพระดับเวิลด์คลาส

แบรนด์ไทย ไม่แพ้ชาติใดในโลก OK! ได้มีโอกาส ไปดื่มไวน์ที่ฮ่องกง และได้สัมผัสกับแก้วไวน์คริสตัล lสุดหรูหรา อย่าง ลูคาริส ( Lucaris ) ซึ่งเป็นแบรนด์แก้วคริสตัล แบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในเอเชีย ที่มีการผสมผสานระหว่างวิถึชีวิตของชาวเอเชียและความทันสมัยของโลกตะวันตก เพื่อเปิดประสบการณ์การกินดื่มรูปแบบใหม่ของชาวเอเชียผ่านเครื่องแก้วคริสตัลสุดเริ่ด

โดยแก้วคริสตัลลูคาริสนั้น ผลิตโดยผู้ชำนาญการด้านผลิตเครื่องแก้วจากโอเชียนกลาส ประเทศไทย และ โตโยซาซากิกลาส ประเทศญี่ปุ่น พร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยจากประเทศเยอรมัน จึงทำให้เป็นแก้วไวน์คริสตัลที่มีคุณภาพระดับเวิลด์คลาส

ลูคาริส ( Lucaris ) มีแก้วคริสตัลทั้งหมด 5 คอลเล็กชั่น

 แบงค์ค๊อก บลิส (Bangkok Bliss)

  • ได้รับแรงบันดาลใจจากสุนทรียะของเมืองสยาม
  • ดีไซน์กระเปาะแก้วทรงโค้งมนแบบคลาสสิค
  • ขนาดกระเปาะและความสูงของก้านแก้วพอเหมาะ เพื่อความสะดวกในการใช้งานประจำวัน รวมถึงจัดเก็บและดูแลรักษาง่าย

โตเกียว เทมป์เทชั่น (Tokyo Temptation)

  • สะท้อนวิถีชีวิตสมัยใหม่ที่แฝงด้วยวัฒนธรรมของกรุงโตเกียว
  • ดีไซน์กระเปาะแก้วดูสวยงาม ทันสมัย
  • ขนาดกระเปาะและความสูงของก้านแก้วพอเหมาะ เพื่อความสะดวกในการใช้งานประจำวัน รวมถึงจัดเก็บ และดูแลรักษาง่าย

เชียงไฮ้ โซล (Shanghai Soul)

  • ได้รับแรงบันดาลใจจากมหานครเซี่ยงไฮ้ อันหรูหราโอ่อ่าพร้อมแนวคิดอันชาญฉลาด
  • ดีไซน์กระเปาะแก้วทรงโค้งมน มีความหรูหราแบบร่วมสมัย
  • ก้านแก้วบางสูง ให้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ
  • กระเปาะแก้วขนาดโอเวอร์ไซส์เมื่อเทียบกับแก้วไวน์ขนาดมาตรฐาน ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ไวน์สัมผัสกับอากาศได้มากขึ้น ส่งผลด้านอรรถรสของไวน์

ฮ่องกง ฮิป (Hong Kong Hip )

  • สะท้อนวิถีชีวิตในมหานครฮ่องกง ที่มีการผสมผสานวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตกอย่างลงตัว
  • ดีไซน์กระเปาะแก้ว ทรงตัดเหลี่ยม
  • ดูหรูหราแบบทันสมัยก้านแก้วบางสูง ให้ความรู้สึกหรูหรา มีระดับ
  • กระเปาะแก้วขนาดโอเวอร์ไซส์เมื่อเทียบกับแก้วไวน์ขนาดมาตรฐาน ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ไวน์สัมผัสกับอากาศได้มากขึ้น ส่งผลด้านอรรถรสของไวน์

ดีซายเอ้อร์ (Desire)

  • คอลเลคชั่นแก้วไวน์ที่ถูกออกแบบมาเพียง 6 ใบ แต่สามารถตอบโจทย์การดื่มไวน์ได้จากทั่วทุกคาแรคเตอร์ และทั่วทุกมุมโลก
  • ร่วมออกแบบโดย สมาคมซอมเมอร์ลิเยร์ฮ่องกง (Hong Kong Sommelier Association – Greater China) นำทีมโดย ประธานสมาคมฯ เนลสัน ชอว์ (Nelson Chow)
  • พร้อมนวัตกรรมแอร์ลูเม่ย์ (Aerlumer®) เส้นสายลายโค้งเว้า 5 เส้นบริเวณก้นแก้ว ช่วยกระตุ้นกระบวนการไมโครออกซิเดชั่น (micro-oxidation) หรือการให้น้ำไวน์ได้สัมผัสกับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้ไวน์มีกลิ่น และรสชาติที่กลมกล่อม จึงทำให้รสชาติของไวน์นุ่มละมุน เพิ่มอรรถรสในการดื่มไวน์ให้สมบูรณ์แบบ โดยลวดลายที่ว่าก็ไม่บดบังเนื้อสีของไวน์อีกด้วย

นอกจากนี้ แก้วไวน์คอลเลคชั่น ดีซายเออร์ (Desire Collection) เอง ล่าสุด ก็ยังได้รับรางวัล The China Good Design Award 2017

แก้วไวน์ดีซายเอ้อร์ ประกอบด้วยแก้วไวน์ 6 ใบ ได้แก่

  • โรบัสเรด (Robust Red) พร้อมแอร์ลูเม่ย์ ช่วยทำให้รสชาติของไวน์แดงที่มีอายุน้อยและเข้มข้น นุ่มละมุนมากขึ้น
  • เอลละเก้นท์ เรด (Elegant Red) ช่วยส่งเสริมบูเก้ และอโรม่าได้ชัดเจนขึ้น สาหรับไวน์แดงที่มีอายุมาก หรือมีความพรีเมี่ยม
  • ริช ไวท์ (Rich White) พร้อมแอร์ลูเม่ย์ ช่วยทำให้รสชาติของไวน์ขาวที่มีความเข้มข้น นุ่มละมุนมากขึ้น
  • คริสป์ ไวท์ (Crisp White) ช่วยส่งเสริมความสดชื่นและกลทกล่อมของไวน์ขาว
  • ยูนิเวอซัล (Universal) พร้อมแอร์ลูเม่ย์ ช่วยส่งเสริมบูเก้ และอโรม่าได้ดีชึ้นสาหรับทั้งไวน์แดงและไวน์ขาว
  • สปาร์คกลิ้ง (Sparkling) ช่วยส่งเสริมฟองไวน์และบูเก้

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
 Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
 Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
 Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

“ไลก้า” ยอดทะลุ 300 ล้าน พร้อมเปิด “Leica Gallery Bangkok” โชว์ผลงานช่างภาพระดับโลก

ปิดยอดปี 2560 ไปแบบก้าวกระโดดเลยทีเดียว สำหรับ บริษัท เอลิส ไพรเวต จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายในเมืองไทย แบรนด์กล้องซูเปอร์พรีเมียมคลาสสิกระดับโลก “Leica (ไลก้า) เมื่อยอดขายทะลุเป้า 300 ล้าน เติบโตจากปีแรกไปอีกขั้น หลังจากเน้นกลยุทธ์สร้างความภักดีต่อแบรนด์ (Brand respect) ถึงกลุ่มเป้าหมายโดยตรง พร้อมเปิด “Leica Gallery Bangkok” (ไลก้า แกลเลอรี แบงค็อก) แห่งแรกในเมืองไทย และเป็นแห่งที่ 19 ในโลก เพื่อเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนผลงานของศิลปินในเมืองไทยสู่สายตาชาวโลก คาดกระตุ้นเป้าปลายปีโตเกิน 500 ล้าน

ทั้งนี้ บริษัท เอลิส ไพรเวต จำกัด เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์กล้อง “ไลก้า” ในไทยอย่างเป็นทางการมาแล้ว ปีเต็ม โดยปีแรกสามารถปิดยอดจำหน่ายได้ 150 ล้านบาท ตามเป้า และปลายปี 2560 ที่ผ่านมา สรุปตัวเลขที่ 300 ล้านบาท เติบโตขึ้น 100% ซึ่งกลุ่มผู้ใช้งานไลก้าในปัจจุบันจะแบ่งออกเป็น กลุ่มผู้ใช้เดิม ที่ยังรักษาฐานไว้อย่างเหนียวแน่น พร้อมกับขยายฐานกลุ่มใหม่ ให้สามารถเรียนรู้การใช้งานตัวผลิตภัณฑ์เมื่อมีการซื้อสินค้า และเน้น  กลยุทธ์หลัก ได้แก่… 

1. “Leica Academy” (ไลก้า อะคาเดมี) ให้ผู้ใช้งานไลก้าเรียนรู้ผ่านเวิร์คช็อปในขั้นต่างๆ ของการถ่ายภาพทั้งขั้นเริ่มต้น ไปจนถึงระดับแอดวานซ์ โดยมีช่างภาพมืออาชีพมาเป็นผู้อบรม 

2. จัดกิจกรรม อาทิ ทริปการถ่ายภาพในแบบฉบับของไลก้า ซึ่งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้กับแบรนด์

3. Leica Gallery Bangkok” (ไลก้า แกลเลอรี แบงค็อก) แห่งที่ 19 ของโลก และแห่งที่ ของเอเชีย รองจาก กรุงโตเกียวเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น และประเทศสิงคโปร์ เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแสดงผลงานของช่างภาพระดับโลก รวมทั้งผลงานของช่างภาพไทยที่จะได้มีโอกาสนำมาแสดง เพื่อผลักดันสู่เวทีโลก 

โดยผลงานแรกได้รับเกียรติจาก นิค อุท ช่างภาพระดับโลกชาวเวียดนาม เจ้าของรางวัล Pulitzer (พูลิตเซอร์ที่นำผลงานกว่า 25ภาพ ซึ่งมีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ มาแสดงในนิทรรศการ “My Story by Nick Ut” โดยมีภาพไฮไลต์คือ “The Terror of War” มาร่วมแสดงถึง 30 เมษายน2561

โดยผลงานแรกได้รับเกียรติจาก นิค อุท ช่างภาพระดับโลกชาวเวียดนาม เจ้าของรางวัล Pulitzer (พูลิตเซอร์ที่นำผลงานกว่า 25ภาพ ซึ่งมีคุณค่าทางศิลปะและประวัติศาสตร์ มาแสดงในนิทรรศการ “My Story by Nick Ut” โดยมีภาพไฮไลต์คือ “The Terror of War” มาร่วมแสดงถึง 30 เมษายน 2561

“ขั้นตอนในการถ่ายภาพหลักๆ ของกลุ่มผู้ใช้งานกล้อง จะแบ่งออกเป็น ขั้นหลักๆ ได้แก่…

1. การถ่ายภาพ การจัดตำแหน่งภาพ แสง หรือการวางองค์ประกอบวัตถุ 

2. การแต่งภาพ ซึ่งในปัจจุบันเราแต่งผ่านกระบวนการคอมพิวเตอร์ หรือเรียกว่า Light room

3. การปริ้นท์ภาพ ซึ่งจะช่วยให้ช่างภาพเห็นรายละเอียดที่ต่างออกไปจากที่เคยเห็น

สำหรับในไทยเองจากพฤติกรรมผู้บริโภค กลุ่มผู้ใช้งานกล้องถ่ายภาพ ยังอยู่ในเพียงขั้นแรกเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้น เราจึงอยากผลักดันให้ทุกคนที่รักการถ่ายภาพไปถึงขั้นที่ หรือ 3

สำหรับ “ไลก้า” เป็นแบรนด์กล้องคลาสสิกระดับโลก ภายใต้การนำเข้าและจัดจำหน่าย โดย บริษัท เอลิส ไพรเวต จำกัด ตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา ก่อนปรับโฉมใหม่ใหม่ “ไลก้า สโตร์” ปัจจุบันตั้งอยู่ที่ ชั้น ศูนย์การค้าเกษร วิลเลจ โทร. 02-656-1102 หรือเฟสบุ๊ค แฟนเพจ Leica Camera Thailand และ Leica Gallery Bangkok


ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่…

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
♥ Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
♥ Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

InterContinental Hua Hin Resort ดึงเชฟมิชิลินสตาร์ร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษ!

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา OK! ได้มีโอกาสไปพักผ่อน ย่อนใจ พร้อมร่วมทานอาหาร ฝีมือเชฟมิชลินสตาร์จากญี่ปุ่น ที่ InterContinental Hua Hin Resort ซึ่งคุณไมเคิล ยันเซ่น ผู้จัดการทั่วไปของโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ต้องการที่จะยกระดับเมืองหัวหิน ให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่ง ของประเทศไทย จึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา

InterContinental

InterContinental

จึงได้จัดงานนี้ขึ้นมา โดยดึงเอา ทาคากิ คาซูโอะ (Takagi Kazuo) เชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว และผู้ก่อตั้งร้านอาหาร “Kyoto Cuisine TAKAGI” ร้านอาหารระดับมิชลินสตาร์ชื่อดังแห่งเมืองอชิยะ ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมรังสรรค์เมนูสุดพิเศษแบบต้นตำรับจากเกียวโต

InterContinental

InterContinental

กับเซ็ตมื้ออาหารกลางวัน ณ Prestige suite, La Residence โดยได้เชิญสื่อมวลชนและพันธมิตร มาร่วมสัมผัส ประสบการณ์ มื้ออาหาร สุดพิเศษครั้งแรกของหัวหิน ที่ผ่านการรังสรรค์โดยเชฟมิชลินสตาร์ เพื่อเป็นการยกระดับเมืองหัวหินให้กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของไทย

InterContinental

InterContinental

ทาคากิ คาซูโอะ (Takagi Kazuo) เชฟระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว

ทาคากิ คาซูโอะ ผู้ก่อตั้งและเชฟผู้ปรุงอาหารแห่งร้าน “Kyoto cuisine TAKAGI” ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองอิชิยะ ที่อยู่ระหว่างเมืองโอซาก้า และเมืองโกเบ ร้าน “Kyoto cuisine TAKAGI” ได้รับรางวัลยกย่องดาวมิชิลิน (Michelin star) มาตั้งแต่ปี 2010 จนถึงปัจจุบัน และเชฟ ทาคากิ ได้รับการยอมรับในฐานะปรมาจารย์ด้านการปรุงอาหารญี่ปุ่นล้ำเลิศแบบฉบับเคียวโต หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เคียวเรียวริ” ซึ่งเฟชให้ได้สัมภาษณ์กับเราว่า เขาอยากจะให้เชฟรุ่นใหม่ตระหนักถึงอาหารญี่ปุ่นที่เป็นต้นตำรบที่แท้จริง ซึ่งปัจจุบันนี้มีเชฟรุ่นใหม่เกิดขึ้นเยอะแยะ แต่ก็มีหลายคนที่ไม่เน้นอาหารญี่ปุ่นที่แท้จริง

โดยอาหารเคียวโต หรือ เคียวเรียวริ มีชื่อเสียงในเรื่องการสรรค์สร้างรสชาติและรูปลักษณ์ที่ใช้วิธีแบบดั้งเดิมและเป็นเอกลักษณ์ แต่ละจานสามารถบอกเล่าวัฒนธรรมความเป็นมา และฤดูกาลที่ผันเปลี่ยนของเคียวโต ซึ่งเชฟ ทาคากิ ให้ความเคารพและรักในรูปแบบประเพณีเหล่านี้เป็นอย่างยิ่ง ทั้งยังหวังว่าชั้นเรียนการทำอาหารและประสบการณ์การลิ้มชิมรสเมนูต่างๆ ของเขา จะช่วยเผยแพร่เรื่องราวและความเข้าใจที่ดีให้กับผู้คนมากขึ้น โดยเชฟทาคากิกล่าวว่า “ปัจจุบันอาหารแบบเคียวโตแท้ๆ นั้นหารับประทานได้ยากมาก แม้กระทั่งในญี่ปุ่นเอง ด้วยขั้นตอนการตระเตรียมที่ซับซ้อน แต่ผมก็ยังอยากที่จะรักษาประวัติศาสตร์อันยาวนานนี้ไว้”

InterContinental

InterContinental

โดยคุณไมเคิล ยันเซ่น ผู้จัดการทั่วไป อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท กล่าวว่า “ ทางอินเตอร์คอนติเนนตัลหัวหิน รีสอร์ท รู้สึกเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้ต้อนรับ ตัวเชฟมิชลินสตาร์ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่น อย่างเชฟทาคากิ คาซููโอะ เชฟมิชลินสตาร์ ระดับ 2 ดาว มาร่วมรังสรรค์เมนูพิเศษในสไตล์เคียวโตแบบต้นตำรับให้ได้ลิ้มลองควบคู่ไปกับการแพร์ริ่งสาเกให้เข้ากับรสชาติของอาหาร  นับเป็นครั้งแรกของทางอินเตอร์คอนติเนนตัลหัวหิน รีสอร์ท และครั้งแรกของเมืองหัวหินที่ได้มีเชฟระดับมิชลินมาเยี่ยมเยียน ผมคิดว่าจะทำให้หัวหิน เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวอันดับต้นๆของไทย นอกเหนือจากความพร้อมด้านอื่นๆ และในอนาคต ทางโรงแรมหลังจะได้ร่วมงานกับเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง และเชฟมิชลินสตาร์จากทั่วโลก เพื่อมาร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน”

InterContinental

InterContinental

เอาล่ะ เล่ามาเยอะแยะขนาดนี้ ขอเข้าสู่ช่วงทานอาหารอย่างมีความสุข ซึ่ง OK! ก็ได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมทานอาหารสุดหรูในครั้งนี้ กับหลายๆ สื่อ แอบตื่นเต้นนิดๆ เพราะโดยส่วนตัวเป็นคนชอบอาหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว คงอร่อยแน่นอน

InterContinental

InterContinental

ซึ่งบนโต๊ะอาหาร ก็จะมีการแพริ่งเข้ากับสาเกจากญี่ปุ่น ความเด็ดอยุ่ตรงนี้นี่แหละ อาหารญี่ปุ่น บวกกับสาเกอร่อยๆ

InterContinental

InterContinental

สาเกยูซึ สดชื่นมากกกก ขอสักสองสามแก้วเลยทีเดียว

InterContinental

InterContinental

อาหารเมนูแรก เป็นเมนูเรียกน้ำย่อย มีแทสมาเนียนแซลมอนเป็นตัวชูโรง คลุกเคล้าสาหร่ายญี่ปุ่น โดยใช้ความร้อนที่อุณหภูมิ 45 องศา ตั้งไฟเป็นเวลา 35 นาที ทานคู่กับซอสพลัม นอกจากนี้ยังมีเป็ดอบทานคู่กับซอสสไตล์ญี่ปุ่นและหอยเป๋าฮื้อนึ่งกับเห็ดกิโรล เสิร์ฟพร้อมดาชิฟักทอง ตกแต่งด้วยมันหวาน จัดทำเป็นรูปใบไม้ซึ่งสามารถรับประทานได้ ฟินมากกก

InterContinental

InterContinental

ต่อด้วย ไข่ต้มออนเซ็น ที่ใช้เวลาต้ม 30 นาที โดยควบคุมความร้อนที่ 72 องศา ทำให้ได้ไข่แดงที่สุกกำลังดี มาพร้อมกับเยลลี่ดาชิและหน่อไม้ฝรั่ง เสิร์ฟกับเห็ดทรัฟเฟิล ไข่แดงบดและผักไมโครกรีน เมนูนี้ เจลลี่อร่อยกำลังดีเลย

InterContinental

InterContinental

แน่นอนว่าก็ต้องกินคู่กับสาเก ฟินจริงๆ นะ

InterContinental

InterContinental

เมนูถัดมาเป็น ซุปเห็ดที่มีส่วนผสมหลักคือล๊อบสเตอร์ฟ้า เสิร์ฟพร้อมมะเขือม่วง ถั่วแระญี่ปุ่น ดอกชิโซะและไข่ปลาคาเวียร์ คือเมนูนี่ชอบมากกก เพราะชอบมะเขือม่วง แล้วยิ่งทานกับล๊อปสเตอร์แล้ว ไม่ต้องบรรยายให้มากมาย คืออร่อยค่ะ

InterContinental

InterContinental

มาถึงเมนูจานหลัก จริงๆ มีให้เลือกสองเมนู เป็นปลา กับ เนื้อ แต่เรามาสายแข็ง ก็ต้องทานเนื้อสิคะ เป็นเนื้อ “วากิว” ที่คลุกเคล้าซอสเทอริยากิสไตล์ญี่ปุ่นย่าง เสิร์ฟกับมันฝรั่ง ถั่วฝักยาวและพริกไทยต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่น เนื้อนุ่มมาก คือน้อยไปหน่อย อยากได้เยอะๆ กว่านี้อ่ะ

InterContinental

InterContinental

ทานของคาวไปแล้วก็ต้องตบท้ายด้วยของหวาน กับไอศกรีมนมสดและราสพ์เบอรี่ ราดด้วยซอสสาเกซาบายอนเน่ ซึ่งผสมไข่แดงและน้ำตาลสไตล์ญี่ปุ่น เป็นการปิดท้ายอาหารกลางวันเซ็ตนี้ที่ลงตัวที่สุด

InterContinental

InterContinental

และในส่วนของสถานที่จัดงานครั้งนี้ จัดที่ ลา เรสซิดองซ์ (La Residence ) เป็นบ้านสไตล์วิคตอเรียนไทยคลาสสิค ตัวอาคารและการตกแต่งเป็นศิลปะในช่วงปี 1920 โดยได้แรงบันดาลใจจากความโอ่อ่าโอ่โถงและสวยงามวิจิตร บรรจงของพระราชวังฤดูร้อนขององค์รัชกาลที่ 6 ที่สะท้อนให้เห็นในสถาปัตยกรรมและการตกแต่งของอาคารสูงสองชั้นที่เป็นสไตล์ยุโรปคลาสสิค การตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน ยังคงหยิบโยงแนวคิดหลักจากสถาปัตยกรรมในยุค “โมเดิร์น” ของสยามประเทศเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ผสมผสานกับ “อารมณ์” ของท้องถิ่นหัวหินเข้าไว้อย่างลงตัว ลา เรสซิดองซ์ จึงมีกลิ่นอายและสะท้อนรสนิยมแบบ “โคโลเนียล” เมื่อร้อยกว่าปีก่อนไว้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยอยู่ภายในโรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท

หลังจากทานเสร็จ ก็ได้เวลาพักผ่อน ซึ่ง เราได้นอนที่ อินเตอร์คอนติเนนตัลหัวหิน รีสอร์ท ฝั่งติดกับทะเล บรรยากาศดีมากๆ

InterContinental

InterContinental

สระว่ายน้ำคือสวยมาก เป็นสระที่ใหญ่ เหมาะแก่การมาพักผ่อนจริงๆ

InterContinental

InterContinental

สระสวยขนาดนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถ่ายรูป ที่สำคัญ คือสระว่ายน้ำก็เห็นวิวทะเลด้วยนะ

InterContinental

InterContinental

บรรยากาศริมทะเลคือดีย์มากกกกกก ไม่ว่าจะไปกับครอบครัว กับเพื่อน หรือกับคนรัก ก็เป็นปลายทางในการพักผ่อนที่ดีเลยล่ะ

InterContinental

InterContinental

หิวก็มีร้านอาหารให้ทานนะ ช่วงเย็นๆ มาทานอาหารเบาๆ ชมวิวทะเลสวยๆ สบายใจสุดๆ

InterContinental

InterContinental

หรือใครสายแข็งอีกเช่นเคยก็มีบาร์ให้บริการ ยิ่งเป็นช่วงเวลา โปรโมชั่นอย่าง Happy Hour คือ นั่งจิบมาร์ตินี่ ชมพระอาทิตย์ตก โรแมนติกสุดๆ

InterContinental

InterContinental

ทำกิจกรรมมาทั้งวัน เหนื่อยๆ ก็ขึ้นมาพักผ่อน ที่ห้องพัก ห้องพักสวยมาก ในรูปคือกระโดดลงเตียงนุ่มๆ ไปแล้ว พึ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องถ่ายรูปก่อน เปิดระเบียงออกไป คือได้กลิ่นทะเล เลิศสุดๆ ไปเลย

InterContinental

InterContinental

หลังจากนั้น ก็ไปทานข้าวเย็น ดื่มเบียร์เย็นๆ แล้วภาพก็ตัดไป เป็นอาหารเช้าของโรงแรม คือด้วยความที่หิวมาก เลยลืมถ่ายไลน์อาหารของโรงแรมมา แต่ขอบอกว่าไม่แพ้โรงแรมอื่นๆ เลย ไลน์อาหารดีมาก กินจนอิ่มแบบพุงแตก โดยในรูปเป็นเอ้กเบเนดิกที่เราชอบกินมากก ทานกับน้ำส้ม และสับปะรด คือฟินจริงๆ ซึ่งหลังจากนี้ก็เก็บอของ เช็คเอ้าท์ และเดินทางกลับกรุงเทพจ้า

InterContinental Hua Hin Resort

ทางโรงแรมบอกกับเราว่า นับเป็นครั้งแรกของทางอินเตอร์คอนติเนนตัลหัวหิน รีสอร์ท และครั้งแรกของเมืองหัวหินที่ได้มีเชฟระดับมิชลินมาเยี่ยมเยียน และในอนาคต ทางโรงแรม คงได้ร่วมงานกับเซเลบริตี้เชฟชื่อดัง และเชฟมิชลินสตาร์จากทั่วโลก มาร่วมสร้างสรรค์เมนูพิเศษอีกเรื่อยๆ อย่างแน่นอน ซึ่งถ้าใครสนใจ อยากหนีเมืองหลวงมาพักผ่อนแบบชิลๆ ที่เมืองหัวหินล่ะก็ แวะมาได้เลยที่ โรงแรม อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท นะจ้ะ

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : www.okmagazine-thai.com
 Instagram : www.instagram.com/okmagazinethailand
 Facebook : www.facebook.com/okmagthailand
 Twitter : twitter.com/okthailand

Comments

comments

ร่างกายแข็งแรง จิตใจแข็งแกร่ง สมการความสุขที่ทำให้เคต ฮัดสัน ยิ้มได้ทุกวัน

ต้องบอกว่าเคต ฮัดสัน เป็นผู้หญิงที่คงออร่าความสดใสและความเฟรชไว้ได้ต่อเนื่องยาวนาน ยิ่งเห็นรอยยิ้มสวยๆ ของเธอทีไร เรารู้สึกทุกครั้งว่าเธอดูเป็นคนที่มีความสุข สุขภาพจิตดีจากภายในมาสู่ภายนอกอย่างแท้จริง แถมยังคงรูปร่างผอมบางไว้ได้เสมอต้นเสมอปลาย ราวกับสตาฟฟ์อายุไว้ที่วัย 20 ปลายๆ อย่างไรอย่างนั้น ที่สำคัญหุ่นของเคตยังฟิตแอนด์เฟิร์มมากอีกด้วย นี่ขนาดเธอเป็นคุณแม่ลูกสองแล้วนะเนี่ย โดยไรเดอร์ ลูกชายที่เกิดกับคริส โรบินสัน อดีตสามีจากวงร็อก The Black Crowes อายุ 13 ปี และบิงแฮม ลูกชายที่เกิดกับแมตต์ เบลลามี อดีตสามีนักร้องร็อกวง Muse อายุ 6 ขวบ เคตวัย 38 ปีเป็นสาวที่เสพติดการออกกำลังกาย ทั้งยังใส่ใจกับสุขภาพใจด้วย เธอบอกว่าไม่ว่าแต่ละวันจะยุ่งขนาดไหน เธอจะต้องแบ่งเวลาเพื่อใส่ใจสุขภาพและทำสมาธิเพื่อสุขภาพจิตที่ดีเสมอ ซึ่งนั่นช่วยให้เธอมีความสุขได้ในทุกๆ วัน เห็นอย่างนี้แล้ว ต้องมาดูเคล็ดลับสุขภาพกายและใจของเธอดูสักหน่อย

CHANGE IS HER CONSTANT

เมื่อพูดถึงการออกกำลังกาย เคตมักเปลี่ยนวิธีออกกำลังกายตลอด กฎของเธอคือจะไม่ออกกำลังกายแค่รูปแบบเดียว “ฉันลองออกกำลังกายทุกประเภท และก็ชอบการออกกำลังกายเอาต์ดอร์ด้วย” แต่ที่เธอโปรดปรานที่สุดน่าจะเป็นพิลาทีส “ไม่มีการออกกำลังกายแบบไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกได้กลับมาคอนเน็กต์กับรูปร่างตัวเองได้เท่าพิลาทีส” ปกติเคตจะออกกำลังกายในช่วงเช้าหลังจากไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียนแล้ว แต่ถ้าเธออยู่ในช่วงถ่ายหนังหรืออยู่ที่โรงแรมช่วงเดินสายโปรโมตหนังหรือทำงานอื่นๆ เธอพยายามออกกำลังกายในช่วงเวลาสั้นๆ “ถ้าตารางงานยุ่ง ช่วงเช้าฉันก็ขอออกกำลังกายนู่น นี่ นั่น และต่อด้วยการวิดพื้นสัก 5 นาที ลองพยายามค้นหาวิธีออกกำลังกายที่คุณชอบและรู้สึกคลิกกับมันจริงๆ อย่าออกกำลังกายตามกระแส”

DANCING CAN BE A GREAT RELEASE

พูดถึงความเครียด ใครๆ ก็คงต้องเคยรับมือกับความเครียดกันทั้งนั้น แต่ว่าแต่ละคนก็มีวิธีคลายเครียดแตกต่างกันไป “การเต้นช่วยฉันได้เยอะเลย ฉันรู้สึกดีขึ้นมากๆ” ไม่แปลกที่เราจะเห็นเคตเข้าคลาสเต้นที่สตูดิโอสุดโปรดบ่อยๆ ตอนว่างจากการถ่ายหนัง ซึ่งเธอเต้นเก่งและน่ามองสุดๆ “บางครั้งถ้าเครียด ฉันจะล็อคตัวเองอยู่ในห้องและเต้นค่ะ ฉันจะเปิดเพลงให้ดังสุดๆ และเต้นแบบบ้าๆ บอๆ ไปเลย!”

I LIKE LIVING MY LIFE, JUST RELAX!

“ฉันชอบประโยคที่บอกว่า ‘ชีวิตคือการใช้ชีวิต’ ของนักเขียนเฟมินิสต์ที่ชื่อชาร์ลอตต์ เพอร์กินส์ กิลแมน มาก เธอบอกว่าชีวิตคือการเคลื่อนไหว การเห็น การทำสิ่งที่ดีกับเราที่สุด มันไม่ใช่ว่าวันหนึ่งฉันตื่นขึ้นมาแล้วรู้เลยว่าเราควรดูแลตัวเองอย่างไร ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการค้นหาและเรียนรู้ และฉันก็ยังคงเรียนรู้ในทุกๆ วัน ถามว่าควรออกกำลังกายแบบไหน ก่อนอื่นคุณต้องค้นหาว่าคุณชอบทำอะไร เพราะนั่นช่วยให้คุณอยากออกกำลังกาย การออกกำลังกายควรจะเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายในรูปแบบไหนก็ได้ที่ทำให้คุณรู้สึกดีค่ะ”

ส่วนเรื่องอาหารการกิน เคตก็ค่อนข้างระมัดระวัง ปกติเธอจะกินอาหาร 5 มื้อเล็กๆ ต่อวัน เน้นกินอาหารที่ไม่ผ่านกระบวนการและพืชผักเป็นหลัก หลังอาหารเช้าและหลังออกกำลังกายเธอจะกินโปรตีนเชค กินสลัดเป็นมื้อกลางวัน และกินขนมในช่วงบ่ายๆ ก่อนมื้อเย็น การกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพเป็นเรื่องสำคัญ แต่เธอก็ไม่ถึงขั้นเข้มงวด ขอตามใจปากบ้าง “บางครั้งฉันก็อยากกินอะไรตามใจอยากบ้าง ไม่ได้อยากกินของที่ดีต่อสุขภาพเสมอไป ถ้าอยากกินอาหารในร้านอร่อยๆ ฉันก็จะกิน ปล่อยให้ตัวเองได้ทำแบบนี้บ้าง สัปดาห์ละครั้งก็ OK! นะคะ”

MEDITATION IS HELPFUL

สำหรับเคต สุขภาพใจที่ดีสำคัญไม่แพ้สุขภาพร่างกายเลย ปี 2016 เธอให้สัมภาษณ์ว่า “การนั่งสมาธิเปลี่ยนชีวิตฉันได้ดีที่สุด คุณจะรู้สึกได้ถึงความแตกต่างเลยนะถ้าได้ลองนั่งสมาธิอย่างจริงจัง ฉันฝึกนั่งสมาธิมาได้ 1 ปีครึ่ง ปกติฉันนั่งสมาธิในช่วงเช้า 20 นาที และพยายามจะนั่งอีก 20 นาทีในช่วงบ่ายค่ะ” เคตมองว่าสุขภาพจิตที่ดีนำไปสู่สุขภาพร่างกายที่ดีด้วย แต่ถ้ารู้สึกแย่เมื่อไหร่ เธอก็จะหันไปหาครอบครัวและเพื่อนซี้ที่ไว้ใจได้ นักแสดงสาวยังบอกด้วยว่าอย่าซีเรียสกับชีวิตมากเกินไป เพราะชีวิตก็มีทั้งขึ้นทั้งลง “ฉันคิดว่าการค้นหาสมดุลชีวิตควรเน้นที่สมดุลทางอารมณ์นะคะ บางครั้งความเครียดที่เราเจออาจเป็นความเครียดที่ดีก็ได้ ประเด็นสำคัญก็คือชีวิตเราไม่ได้เรียบง่ายเสมอไปหรอก เพราะฉะนั้นเราต้องฝึกเรียนรู้ที่จะเอ็นจอยกับโมเมนต์นั้นๆ ที่เราเจอ” เวลามีปัญหา คนหนึ่งที่เคตมักโทร.หาเสมอคือโกลดี้ ฮอว์น คุณแม่สุดที่รักของเธอ “ครั้งหนึ่งแม่บอกฉันว่าไม่ว่าปัญหาที่เราเจอจะหนักหนาสาหัสหรือเราควบคุมอะไรไม่ได้แค่ไหน แต่ทุกอย่างก็จะผ่านไปได้และเราก็จะยัง OK! อยู่”

FROM PASSION TO BUSINESS

ความรักในการออกกำลังกายยังส่งผลให้เคตต่อยอดสิ่งที่เธอรักด้วยการทำธุรกิจแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับสาวที่เป็นเวิร์กเอาต์เลิฟเวอร์ในชื่อ Fabletics ร่วมกับบริษัทอีคอมเมิร์ซ JustFab ในปี 2013 ด้วย ธุรกิจนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม และยังคงมีการเปิดช็อปสาขาใหม่ๆ ของ Fabletics เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ “สำหรับฉัน Fabletics คือไลฟ์สไตล์ที่ดีต่อสุขภาพ และช่วยให้ผู้หญิงรู้สึกดีกับตัวเอง” ตอกย้ำความเป็นกูรูด้านสุขภาพ ด้วยการที่เคตจรดปากกาเขียนหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพ ความงาม และไลฟ์สไตล์ชื่อ Pretty Happy: Healthy Ways to Love Your Body ในปี 2016 เพื่อให้เป็นไกด์ไลน์เรื่องสุขภาพที่ดีแบบองค์รวมในโลกที่ยุ่งแหยิงและวุ่นวายในปัจจุบันแก่สาวๆ ทั่วโลก

[Photo Credit: Instagram/ katehudson]

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

 Website : http://www.okmagazine-thai.com/
 Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
 Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

EAT,STAY,LOVE บ้านที่เต็มไปด้วยสัมผัสแห่งความรักของแพร-ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น

ถ้าความสุขในชีวิตเริ่มต้นที่บ้าน คุณแพร-ดวงกมล เวปุลละ วาเกนเซ่น ก็น่าจะเป็นผู้หญิงที่เปี่ยมสุข เพราะในบ้านหลังงามหลังนี้ล้วนประกอบขึ้นด้วยความชื่นชอบและความรัก  คุณแพรบอกว่าที่นี่มีแต่ข้าวของที่เธอชื่นชอบรวมทั้งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เธอหลงใหล ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การทำสวน ท่ามกลางเสียงเพลงจากเครื่องเสียงคุณภาพดี กิจกรรมที่เธอทำทุกอย่างในบ้านจึงกลายเป็นความสุขง่ายๆ และเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ยิ่งเมื่อได้กลิ่นหอมๆของเทียนและสเปรย์ที่เธอเตรียมไว้ทุกมุมบ้านมาช่วยเสริมด้วยแล้ว ผู้มาเยือนอย่างเรายังอดสดชื่นตามเจ้าของบ้านไม่ได้ เชื่อแล้วล่ะว่า รูป,รส, กลิ่น, เสียง, สัมผัส ที่คุณแพรบอกสามารถสร้างบ้านหลังหนึ่งให้สวยและสดใสขึ้นได้มากทีเดียว

เล่าถึงที่มาที่ไปของบ้านหลังนี้ให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

บ้านหลังนี้เป็นบ้านของสามี (คุณปีเตอร์ วาเกนเซ่น) ค่ะ แพรแต่งงานแล้วย้ายเข้ามาอยู่ในเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ปีเตอร์เป็นคนแดนมาร์กแต่อยู่เมืองไทยมาเป็น 10 ปี ความจริงเขาเป็นคนเกาหลีที่คนแดนมาร์กอุปการะไปเลี้ยง  ซึ่งถึงแม้เขาจะเรียนที่ยุโรป แต่ก็ชอบเมืองไทยมาก ปีเตอร์ย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยก่อนที่จะเจอแพรนานแล้วเหมือนกัน เขาซื้อบ้านหลังนี้แล้วก็ต่อเติมเอง ซึ่งจะเห็นว่าเป็นบ้านโบราณ เพดานจะไม่ค่อยสูง เพราะฉะนั้นเขาเลยทำเป็นกระจกซะเยอะเพื่อให้บ้านดูโปร่ง  ซึ่งตอนที่เข้ามาอยู่ แพรรู้สึกว่านี่เป็นบ้านชายโสด ทุกอย่างเป็นสี่เหลี่ยม ไม่มีพรม, ไม่มีรูป, ไม่มีหมอน แต่แพรเป็นคนชอบสะสมของใช้ในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกรอบรูป, จาน, ชาม, ดอกไม้, แจกัน, เทียน ครบเลย (หัวเราะ) เราก็เลยค่อยๆ เติมมาเรื่อยๆ ไปซื้อพรมมา เอารูปมาติด เลยกลายมาเป็นบ้าน ณ ปัจจุบันนี้ ในบ้านเราทุกห้องจะมีเสียงเพลง ตื่นเช้ามาเปิดมอร์นิ่งแจ๊ส แล้วแต่ละช่วงของวันก็จะเป็นเพลงที่แตกต่างกัน

ด้วยความที่บ้านเราอยู่ด้วยกัน 2 คนก็เลยต้องมีความเป็นทั้งเขาและเรา ซึ่งเรา 2 คน เป็นคนชอบทำอาหาร ในครัวเลยเป็นพื้นที่ที่ใช้มากที่สุดและค่อนข้างใหญ่ แล้วพอเราทำครัวไปด้วยเปิดเพลงไปด้วย เราจะมีโลกส่วนตัว ผ่อนคลายและมีความสุขมาก บ้านของเราจะเป็นเหมือนที่ๆ เราอยู่แล้วเราสบายใจ ถ้าไม่ทำงานเราจะใช้เวลาอยู่บ้านซะเยอะ ออกกำลังกาย, ทำอาหาร, มuเพื่อนมากินข้าวที่บ้าน, ดูทีวี, ทำสวนข้างบน ครบเลยค่ะ

ที่บ้านนี้มีปาร์ตี้บ่อยไหมคะ

บ่อยนะคะ แต่สำหรับปาร์ตี้ที่บ้านเราจะเป็นปาร์ตี้ทำอาหารค่ะ  อย่างวันเสาร์ตอนบ่ายเราจะเข้าครัวทำอาหารและตอนเย็นเพื่อนก็จะมากินข้าวที่บ้าน หรือวันธรรมดาเราก็จะทำอาหารกินกันเองมีปีเตอร์,อเล็กซ์ลูกชายแล้วก็แพร ซึ่งเราเด็ดผักที่เราปลูกเองมาทำอาหาร เช่น ผักสลัด นอกจากนี้เรายังปลูกสมุนไพรทั้งไทยและฝรั่งอย่าง โรสแมรี่, พาร์สลีย์, กะเพรา, โหระพา, ใบมะกรูด, มะนาว, พริก ฯลฯ ผักที่เราจะหยิบใช้ง่ายๆ ที่นี่มีหมด สำหรับสวนข้างบนแพรทำเองนะคะ เริ่มกันตั้งแต่ดีไซน์คอนเซ็ปต์ปลูกเอง รดน้ำเอง เป็นเรื่องที่แพรชอบและมีความสุขในการทำค่ะ

การจัดบ้าน ทำอาหาร ทำสวนดูจะเป็นกิจกรรมที่คุณแพรชอบนะคะ

ต้องตอบว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์ไสตล์เราคือทำงาน, ทำอาหาร, ออกกำลังกาย มีเพื่อนมากินข้าว มากินอาหารที่เราทำ เรื่องเหล่านี้ล่ะค่ะเป็นสิ่งที่เราแฮปปี้ แล้วเราก็นำสิ่งที่เราชอบมาปรับให้เข้ากับชีวิตประจำวัน ซึ่งทำให้เรามีความสุขค่ะ

เพลงแบบไหนที่คุณแพรเปิดบ่อยที่สุดคะ

ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ตอนทำสวนก็จะเปิดเพลงสนุกหน่อย ตอนที่อยู่ในห้องน้ำก็จะสบายๆ รีแลกซ์ บางทีอาจจะเป็นดนตรีเฉยๆ ตอนทำครัวแพรชอบเฟรนซ์แจ๊สแล้วช่วงวลานี้จะเป็นช่วงเวลาที่แพรรู้สึกผ่อนคลายที่สุด เป็นช่วงที่เราได้นำความคิดสร้างสรรค์มาลองอาหารของเรา สนุกดี และเป็นกิจกรรมที่ทำกับครอบครัวหรือกับเพื่อนได้ค่ะ

เมนูที่บำบ่อยๆที่บ้านเป็นเมนูไหนคะ

หลากหลายมากค่ะ แล้วแต่วันเหมือนกัน วันนี้แพรเตรียมอาหารดั้งเดิมของเดนมาร์กคือโรสพอร์คที่กินในช่วงเทศกาลคริสมาสต์ หรือวันสำคัญ แพรคิดว่าการทำอาหารอย่างเดียวสำหรับแพรยังไม่พอ เราต้องวางอาหารบนจานสวยๆ จัดโต๊ะ มีบรรยากาศ เพราะการทำทุกอย่างครบองค์ประกอบจะทำให้อาหารน่ารับประทานมากขึ้น

ตอนนี้คุณแพรทำธุรกิจหลาอย่าง เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมคะ

งานหลักที่แพรทำตอนนี้คือการนำเข้าเครื่องเสียงแบรนด์แบงค์แอนด์โอลาฟเซ่น (Bang & Olufsen) ค่ะ เรานำเข้าเครื่องเสียงแบรนด์พรีเมี่ยมจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งแพรจะดูแลเรื่องภาพรวมเรื่องการตลาดและประชาสัมพันธ์ เรามาเป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรายใหม่ได้ประมาณ  2 ปี ตอนนี้มีโชว์รูม 3 สาขา คือที่เกษรวิลเลจ ชั้น1, คริสตัล วีรันดา ชั้น 1, เซ็นทรัลอีสวิลล์ Think Space แล้วก็เป็นเจ้าของบริษัท P Square ด้วย

นอกจากนี้คุณยังทำเพจ Prae’s Kitchen ซึ่งทำให้เราแอบหิวอยู่บ่อยๆ ด้วยนะคะ       

(หัวเราะ) ขอบคุณค่ะ สมัยไปเรียนที่อังกฤษ แพรเคยเรียน Le Cordon Bleu และเคยทำร้านอาหารมา 10 ปีด้วย ซึ่งพอปิดร้านไปก็รู้สึกว่าเราไม่ใช่เชฟ แต่ว่าเรามีความรู้ทางด้านอาหาร เราชอบครีเอทเมนูใหม่ๆ  เมื่อ 10 ปีที่แล้ว แพรเป็นคนแรกในประเทศไทยที่คิดสูตรเค้กชาเย็น ก็เลยรู้สึกว่าสิ่งที่เรามีน่าจะเป็นประโยชน์กับคนอื่น ทำให้อยากแชร์เรื่องการทำอาหารให้กับคนที่ยังไม่เคยทำ อยากให้เขามีมองมุมใหม่ว่าการทำอาหารไม่ใช่เรื่องยาก และยังเป็นกิจกรรมในครอบครัวที่ไม่จำกัดอายุ, เพศ สามารถทำได้ตลอด ไม่ว่าพ่อ, แม่, ลูก, เพื่อน แทนที่เราจะออกไปเดินห้างหรืออะไรก็ตาม ซึ่งการทำอาหาร ถ้าเลือกวิธีการที่ถูก ขั้นตอนที่ยังไม่ยากเกินไปสำหรับมือใหม่ หรือว่าการเห็นภาพอาหารสวยๆ อาจจะเป็นแรงบันดาลใจให้คนอยากทำอาหารได้ก็เลยสร้างเพจ Prae’s Kitchen ขึ้นมาเพื่อเป็นการแชร์ไอเดียหรือว่าสร้างแรงบันดาลใจให้ใครหลายๆ คนที่ไม่เคยคิดว่าทำอาหารแล้วสนุกอยากใหเมาลองทำดู แพรมีสโลแกนว่า We Bring You Happiness คิดว่าการแจกจ่ายความสุขแบบนี้เป็นความสุขที่ยั่งยืนแล้วก็ไม่ต้องซื้อหา ซึ่งการทำอาหารของแพรมันเกิดจากแพสชั่นค่ะ Cooking with Passion คือการที่เราทำอะไรแล้วชอบ เราก็จะมีความสุข

คิดว่าครัวที่บ้านหลังนี้คงต้องมีความพิเศษประมาณหนึ่ง

(หัวเราะ) มีเตาอบ 3 เตา, มีตู้เย็นใหญ่สองตู้, มีส่วนการอบและการทำแยกกันต่างหาก แล้วก็มีตู้เยอะมากที่จะใส่พวกหม้อ, จาน, ชาม, เซ็ตช้อนส้อม แพรเป็นคนชอบสะสมอุปกรณ์ในครัว แล้วก็จะมี Cook Book เยอะมาก เนื่องจากแพรเป็นคนทำอาหารเอง แพรก็เลยทำงานร่วมกับดีไซเนอร์ในครัวว่าตรงส่วนนี้ต้องการตู้แบบไหน ชั้นแบบไหน เพื่อจะได้ใส่อะไร เพราะฉะนั้น ฟังก์ชั่นในตู้หรือในครัวนี่ครบมาก ใช้แล้วแฮปปี้สุดๆ

คุณแพรถนัดทำอาหารประเภทไหน แล้วชอบเมนูอะไรเป็นพิเศษบ้าง 

ตอนเด็กๆ แพรทำอาหารไทยเพราะแม่ครัวที่บ้านทำอาหารไทยโบราณ ไม่ว่าจะเป็น แกงต่างๆ , ผัดพริกขิง ฯลฯ แต่แพรรู้สึกว่าการที่แพรต้องทำงานไปด้วย ทำอาหารไทยไปด้วยมันยากเกินไป ในที่นี้คือต้องเตรียมเครื่องเยอะ อาหารไทยมีส่วนผสมเยอะมาก กว่าจะทำได้ 1 เมนู แล้วอาหารไทยไม่สามารถกิน 1 เมนูแล้วอร่อย ต้องมีสักประมาณ 3 เมนู ก็เลยรู้สึก อาหารฝรั่ง เช่น พวกสตูว์ ผัดเสร็จใส่เข้าไปในเตาอบ 1 ชั่วโมงเสร็จ มันเป็นอะไรที่ง่ายและเหมาะกับการใช้ชีวิตของเรามากกว่า อีกอย่างตอนนี้แพรมองว่าพอเราอายุมากขึ้นการเลือกกินเป็นเรื่องสำคัญ ทำอย่างไรให้ผิวเราดูดี ทำอย่างไรให้เราไม่แก่กว่าวัย ซึ่งการกินอาหารสำคัญมาก ตอนนี้มื้อเย็นของเราเลยจะกินเป็นสลัดกับไก่อบบ้าง สลัดกับหมูอบบ้าง หรือสลัดกับปลาบ้าง บางวันทำอาหารสเปน, บางวันทำอาหารอิตาเลี่ยน, อาหารฝรั่งเศส , อาหารเดนมาร์กรวมถึงทำขนมด้วย แพรชอบทำขนมบ่อยมาก ชอบคิดเมนูใหม่ๆ เองและเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ เช่น เค้กชาเย็น, ชามะตูม แล้วก็ยังมีเมนูที่ไม่ใช่ขนมเช่นตับบด (หัวเราะ) ความพิเศษของตับบดสูตรของแพรคือจะใช้ตับห่าน ผสมตับไก่ แล้วก็ใส่เห็ดทรัฟเฟิล ทำให้มีกลิ่นหอม ไม่ขมรสตับแล้วจะเนียนมาก เรามีวิธีพิเศษที่ทำให้ตับเราสมูท เพราะแพรเป็นคนชอบกินตับบดมาก ก็เลยคิดสูตรว่าจะทำอย่างไรให้ได้อย่างที่เราชอบ กลายมาเป็นซิกเนเจอร์ที่สิ้นปีคนมักจะสั่งเป็นของขวัญให้เพื่อน ญาติ แปะสติกเกอร์แรปสวยงามของ Prae’s Kitchen

บ้านที่มีครัวใหญ่ขนาดนี้ มีวิธีดูแลในเรื่องของกลิ่นอย่างไร

ถ้าเข้ามาในบ้านแพรจะได้กลิ่นหอมค่ะ เพราะแพรเป็นคนที่เน้นมากว่าต่อให้ฉันทำครัว ครัวของแพรจะต้องไม่เหนียวเหนอะหนะ จะไม่มีคราบมัน ไม่มีกลิ่นติด เรื่องนี้ต้องยกประโยชน์ให้แม่บ้านเลยว่าเขาสะอาดมาก มีพวกน้ำยาฉีดในครัวที่ทำให้ไม่มีคราบมัน แล้วกลิ่นก็ใช้เครื่องดูดควันแรงๆ สเปรย์หอม เทียนหอมเนี่ยช่วยได้มากเลยนะคะ อีกอย่างคือไม่เลือกทำอาหารที่กลิ่นแรงเช่น ทอดปลาเค็ม แต่ให้แม่บ้านทอดมาจากบ้านเลย เนื่องจากบ้านเราเป็นครัวเปิด อาหารไทยที่กลิ่นแรงจะไม่ทำ แล้วเราไม่มีครัวนอกบ้าน ครัวฝรั่ง ครัวไทยก็จะอยู่ด้วยกันเลย

นอกจากห้องครัว ยังมีมุมไหนในบ้านที่คุณแพรใช้ชีวิตอยู่บ่อยๆ อีกบ้าง

โต๊ะกินข้าวที่อยู่ใกล้กันกับห้องครัว แล้วก็ห้องดูทีวี มันเป็นบริเวณที่อยู่ใกล้กันค่ะ แพรใช้ 3 ห้องนี้ทุกวัน  ห้องยิมนี่ใช้อาทิตย์ละประมาณ 3-4 วัน การมีห้องยิมอยู่ที่บ้าน ทำให้เราขยันมากขึ้น บางทีก็มีครูโยคะมาสอน มันทำให้เราออกกำลังได้ง่ายขึ้นด้วย

อีกห้องที่เรารู้สึกสะดุดตาคือห้องดูทีวีนี่แหละค่ะ โดยเฉพาะการให้สีของห้องและการตกต่าง เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม

ปีเตอร์เพนท์ผนังเหลืองไว้นานมากแล้วค่ะ เมื่อก่อนเป็นห้องทำการบ้านของลูกชาย แต่พอเขาโตขึ้นเขาก็อยากไปทำงานในห้องนอนเขาแทน ซึ่งห้องนั่งเล่นเรามีอยู่แล้ว 1 ห้อง แต่มันใหญ่ไปสำหรับเรา ก็เลยคิดว่าอยากได้ห้องนั่งเล่นที่ดูอบอุ่น เล็กๆ แต่ว่ามีทุกอย่างดีกว่า ก็เลยซื้อพรม ตั้งโซฟา มีโต๊ะกาแฟ พร้อมกับทีวีและเครื่องเสียงดีๆ แค่นี้ก็แฮปปี้แล้ว ส่วนผนังด้านที่โล่งเราก็คิดว่าเรามีรูปเยอะมาก กรอบรูปก็เยอะ เอามาติดผาฝนั่งให้เป็นกำแพงรูปไหม อีกอย่างแพรเป็นคนชอบดู Pinterest ค่ะ  เลยจะมีเรเฟอร์เรนซ์รูปตลอดเวลา ไม่ว่าจะทำสวนหรือทำอะไรก็ตาม เลยออกมาเป็นกำแพงนี้ โดยหลานสาวปีเตอร์เป็นคนเดนมาร์กเป็นคนจัดให้ค่ะ เพราะเขาสนใจเรื่องการแต่งบ้านอยู่แล้ว ซึ่งตอนที่เราไปบ้านเขาที่เดนมาร์กเรารู้สึกว่าทุกอย่างมันใช้ได้จริง คือบ้านไม่ใหญ่มาก แต่ทุกอย่างจะออกมาดี ถ้าเราจัดเรียงให้เป็นระเบียบ แพรเลยคุยกับเขาว่าช่วยมาทำที่บ้านให้หน่อยสิ แต่แพรไม่มีเวลานะ ต้องไปทำงาน แต่จะบอกว่าอยากได้อะไร ประมาณไหนเอารูปไปให้เขาแล้วเขาก็จัดออกมาให้ค่ะ

หน้าที่หลักๆ ของคุณแพรในบ้านหลังนี้คืออะไรคะ

ทำบ้านให้เป็นบ้านค่ะ บ้านที่มีชีวิตนี่สำคัญมากเลยนะ ไม่ต้องมีบ้านใหญ่ ไม่ต้องมีของแพงหมดทั้งบ้าน แต่จำเป็นต้องมีชีวิตชีวา เดินเข้ามาในบ้าน แล้วรู้สึกอยากอยู่ มีกลิ่นอายความอบุอ่น มีความเป็นเราและเขาคือความเป็นเจ้าของบ้านที่มีอยู่ในบ้านนี้ เวลาเพื่อนเดินเข้ามาแล้วพูดว่า  ที่นี่เป็นบ้านแพรมากเลย มันคือใช่ แล้วเวลานั่งมุมไหนเราก็รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย เพราะเฟอร์นิเจอร์ ข้าวของในบ้านที่เราเลือกใช้ เป็นสไตล์เราและใช้ได้จริง  กลิ่นหอมๆ สำหรับแพรก็ทำให้สดชื่น แพรฉีดสเปรย์ตลอดเวลา รูมสเปรย์นี่มีทุกจุดของบ้าน เทียนหอม หรือแท่งไม้หอมก็จะเป็นกลิ่นกลางๆ ไม่หวานมาก เดี๋ยวคุณสามีตกใจ และที่ขาดไม่ได่ในบ้านหลังนี้คือเสียงเพลง อย่างที่บอกว่านะค่ะว่ารูป,รสม กลิ่น, เสียงม สัมผัส พอรวมกันแล้วมันก็สร้างบรรยากาศที่ดีได้

การที่เราต้องมาแชร์ชีวิตกับอีกคนหนึ่ง สำหรับคนที่รักอิสระอย่างคุณเป็นเรื่องยากไหมคะ

ไม่ยากค่ะ อย่างสมัยก่อนบ้านนี้ไม่มีพรม แพรก็บอกปีเตอร์ว่าแพรชอบพรมขนๆ มากเลย เขาก็บอกว่าไม่เอาหรอกพรมแบบขน ขอแบบเรียบได้ไหม พอฟังความเห็นเขา เราก็ค่อยๆ บอกเขาว่าเราชอบพรมขนเพราะอะไร ค่อยๆ ปรับ การสื่อสาร การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นเรื่องสำคัญ เอาใจเขามาใส่ใจเรา ให้ผสมผสานลงตัว หมอนลายจุดเขาคงไม่ชอบเพราะว่าเขาเป็นผู้ชายเราก็มีสักใบก็พอ ก็ค่อยๆ ผสมไป อย่างครัว เราก็คุยกันเพราะว่าเขาก็ชอบทำอาหาร ก็บอกเขาว่าเราจะมีเตาอบทำอาหารเลยนะ อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ทำครัวควรอยู่ถูกที่ถูกทาง เพราะนี่เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของเราที่ใช้ร่วมกัน

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่

♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/

♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/

♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand

♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments

CELEBS IN NISEKO เมืองสุดฮอตที่เหล่าเซเลบริตี้ต้องไปเช็คอิน!

กลายเป็นเมืองสุดฮอตสำหรับเซเลบริตี้ที่อยากสัมผัสความหนาวเย็นต้องไปเช็กอินเสียแล้วสำหรับเมืองนิเซโกะ (Niseko) ที่ฮอกไกโด ว่ากันว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของคนรักการเล่นสกีและสโนว์บอร์ดเพราะหิมะได้ชื่อว่าคุณภาพดี หรือเรียกกันว้าพาวเดอร์สโนว์ ละเอียดและนุ่มนวลกว่าที่ไหนๆ จนกลายเป็นเมืองขวัญใจของคนดังชาวไทยโดยปริยาย ถ้าไม่เชื่อ OK! ขอรวบรวมเหล่าคนดังที่เคยไปเยี่ยมเมืองนี้มาให้ดูกัน


ตูน-อาทิวราห์ คงมาลัยและก้อย-รัชวิน วงศ์วิริยะ
คู่รักที่ขยันเที่ยวด้วยกันอยู่บ่อยๆ ทั้งคู่เพิ่งไปเที่ยวที่นี่ด้วยกันเมื่อปลายปีที่แล้ว แต่ปีนี้ตูนและก้อยได้ทำสิ่งที่ดีที่สุดที่ประเทศไทย และเป็นแรงกระเพื่อมที่ใหญ่มากของสังคม ในโครงการก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ OK! ขอปรบมือให้กับพลังใจที่ดีงามของคู่อีกครั้งค่ะ


กรณ์ ณรงค์เดชและศรีริต้า เจนเซ่น
หลังจากที่อยู่ในสถานภาพโสดมาสักพัก กรณ์ ณรงค์เดชและริต้า-ศรีริต้า เจนเซ่น ก็ประกาศความรักผ่านสื่อจนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ด้วยภาพถ่ายที่นิเซโกะนี่แหละ


ครอบครัววงศ์พัวพันธ์
ก่อนที่ระเริงไฟจะออนแอร์กระชากเรตติ้งกันอยู่ตอนนี้ เคน ธีรเดชและหน่อย-บุษกร วงศ์พัวพันธ์ก็พาลูกชายทั้งสองคน น้องคุณ และน้องจุนมาเที่ยวเมืองนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีเดอะแก๊งอย่างมิค-บรมวุฒิ หิรัญยัษฐิติ เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา น้องปริมลูกสาวสุดที่รัก รวมถึงคู่รักอย่างหลุยส์ สก๊อต และนุ่น-รมิดา ประภาสโนบลมาสนุกกันที่นี่ด้วย


ครอบครัวหิรัญพฤกษ์
มากันเป็นครอบครัวเลยสำหรับภูริกับแอน อลิชาที่พาริชา ลูกสาวสุดที่รักมาตะลุยหิมะที่นี่เช่นกัน


แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์
นางเอกหน้าหวานอย่างแต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ก็ไม่พลาดที่จะมาลุยหิมะด้วย


เฟย์ อรชุมา ไข่มุก-ชุติมา ดุรงค์เดช และติ-ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์
เซเลบริตี้สาวเฟย์-อรชุมา ดุรงค์เดช ชวนติ-ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ แฟนหนุ่มไปถ่ายพรีเวดดิ้งที่นี่เหมือนกัน ครั้งนี้เธอไม่พลาดที่จะพาน้องสาวคนสวยไข่มุก ชุติมาร่วมทริปด้วย


คิด-คณชัย เบญจรงคกุล
หลงรักการท่องเที่ยวไม่แพ้ใครคงต้องเป็นคิด-คณชัย เบญจรงคกุล และเขาก็เป็นอีกคนที่เช็กอินที่นิเซโกะกับแก๊งเพื่อน


ครบครัวปัญญายงค์
นิเซโกะคงเป็นที่ๆ สร้างความประทับใจให้กับหลายๆ ครอบครัว รวมทั้งครอบครัวปัญญายงค์ เพราะล่าสุดนิหน่า สุฐิตาและแบงค์ พชร ก็ได้พาน้องแพทริค-ริต้า ตะลุยหิมะกันอย่างสนุกสนานที่นี่เช่นกัน เธอเขียนในอินสตาแกรมส่วนตัว@ninanaka ว่าปีหน้าจะกลับมาใหม่แน่ๆ
เรียกได้ว่ามนต์เสน่ห์ของหิมะที่นี่ได้สร้างความทรงจำดีๆ ให้กับคนหลายคนเลยที่เดียว

✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦✦
ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments