YOU MAKE MY HEART SMILE 10 เรื่องราวที่จะทำให้เราเขยิบเข้าใกล้ ฟิลลิปส์ ทินโรจน์

เปิดประตูบานแรกสู่วงการบันเทิงได้อย่างสวยงามสำหรับฟิลลิปส์ ทินโรจน์ The Face Man คนแรกของโลกที่มีซิกเนเจอร์สำคัญคือรอยยิ้มสดใสละลายใจสาว หนุ่มน้อยวัย 23 ปี คนนี้เป็นคนไทยแท้แต่เติบโตที่เมืองสต็อกโฮม ประเทศสวีเดน และแทนตัวเองว่า ‘น้อง’ ทุกครั้งจนกลายเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเขา สำหรับคำว่า น้อง นั้นมาจากเรื่องราวในวัยเด็กที่คุณแม่ให้แทนตัวเขาในช่วงที่พูดคุยกับพี่สาวจนกลายเป็นคำติดปาก และถึงแม้จะใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็กแต่ฟิลลิปส์ก็ยังสนใจในเรื่องของการฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาไทย โดยเรียนรู้จากเวลาที่คุณพ่อคุณแม่คุยกัน
ฟิลลิปส์รู้ว่าเขาอยากทำงานในวงการบันเทิงมาตั้งแต่อายุประมาณ 8 ขวบ จากการได้ดูผลงานของบรูซ ลี หนึ่งในนักแสดงในดวงใจ กระทั่งวันหนึ่งที่เดินทางมาที่เมืองไทยพร้อมกับครอบครัวเพื่อฉลองเรียนจบไฮสคูล ฟิลลิปส์ก็มีโอกาสได้พบกับม้า-อรนภา กฤษฎี โดยบังเอิญ จากนั้นเขาก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักคนในแวดวงบันเทิง ฟิลลิปส์เริ่มสานฝันจากงานเล็กๆ อย่างงานโฆษณา ก่อนที่จะเข้าแข่งขันในรายการ The Face Men Thailand และกลายเป็นผู้ชนะในที่สุด
ครั้งนี้ OK! รวบรวมเรื่องราวของเขา 10 เรื่องที่จะทำให้คุณผู้อ่านรู้จักฟิลลิปส์ หนุ่มหล่อยิ้มโลกสว่างคนนี้มากขึ้น


1.การเป็น The Face Men Thailand คนแรกไม่ได้เปลี่ยนรูปแบบชีวิตที่เขาชื่นชอบ
หลังจากได้เป็น The Face Men Thailand ตอนนี้มีงานเยอะขึ้น และเป็นงานที่ใหญ่ขึ้นด้วยครับ เช่น เมื่อก่อนถ่ายแต่โฆษณาแบบ ชิลล์ๆ แต่เดี๋ยวนี้มีงานเดินแบบ ออกอีเวนต์ ถ่ายแฟชั่น แต่รูปแบบชีวิตไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรไปมากมาย น้องยังทำกิจกรรมเหมือนเดิม ออกกำลังกาย ไปเจอเพื่อน กินข้าว ไปกินส้มตำปากซอย น้องชอบกินสัมตำเพราะอร่อยมาก เวลาไปเที่ยวต่างประเทศก็จะคิดถึงส้มตำตลอด น้องกินมาตั้งแต่ยังอยู่ที่สวีเดน แต่ที่โน่นใช้แตงกวาแทนมะละกอ ที่รู้จักเพราะว่าไปเที่ยงงานวัดไทยในสวีเดนครับ

2.การอ่อนน้อม ถ่อมตนและความเกรงใจคืออีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ผู้ชายคนนี้น่ารักมากยิ่งขึ้น
ผมคิดว่าการอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเคารพ ให้เกียรติ และต้องมีความเกรงใจครับ ซึ่งน้องเป็นคนที่เกรงใจทุกสิ่งทุกอย่าง ถึงแม้เราจะมีชื่อเสียงมากกว่าเดิม มีคนรู้จัก แต่ยังใช้ชีวิตเหมือนเดิม ใครทักเราก็ทักกลับ เห็นผู้ใหญ่เราก็ยกมือไหว้ หรือถ้าใครอยากถ่ายเซลฟี่ก็ยินดีมากครับ

3.แฟนคลับคือกลุ่มคนที่สำคัญสำหรับฟิลลิปส์
รายการ The Face Man Thailand ถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนที่ใหญ่มากครับ เพราะมันทำให้เรากลายเป็นที่รู้จัก เราก็มีโอกาสที่มากขึ้นในวงการ ถึงแม้ว่าจะชนะแต่ก็ไม่เท่ากับแฟนคลับที่น้องได้มา แฟนคลับสำคัญมากกว่าเงิน เรื่องนี้พี่โตโน่ (ภาคิน คำวิลัยศักดิ์) ก็เป็นอีกคนที่บอเสมอครับ

4.ทั้งที่เป็นที่รู้จักมากขึ้นแต่ยังเดินทางด้วย BTS, MRT
การเดินทางด้วย BTS หรือ MRT ทำให้เราเดินทางได้เร็วขึ้นและเซฟเงินด้วย ระหว่างที่เดินทางก็มีคนมาขอถ่ายเซลฟี่บ้างนะครับ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไร ใครจะไม่แฮปปี้ล่ะครับ ถ้ามีคนเข้ามาทำความรู้จักแล้วมาขอถ่ายรูปด้วย

5.บาริสต้าหนุ่มเจ้าเสน่ห์
น้องเป็นบาริสต้าแบบพาร์ทไทม์มาตลอดก่อนจะมาประกวด The Face Man Thailand ตอนนี้จะไปช่วยตอนที่ว่างครับ หรือถ้าบังเอิญเสร็จงานแถวอารีย์ สะพานควาย หมอชิต ก็แวะไปหาเพราะร้านอยู่แถวนั้น ไปช่วยเขาทำกาแฟบ้าง ไปช่วยเขาปิดร้านบ้าง หรือไปเยี่ยมครับ น้องว่าก็ยังดีกว่าที่ไม่ไปเลยครับ

6.กาแฟ 2 แบบที่เป็นตัวของตัวเอง
อย่างแรกคือเอสเปรสโซ่ช็อต จริงๆ ก็ไม่ได้เป็นผู้ชายตัวเล็กนะครับ แต่ในรายการเราดูเป็นผู้ชายตัวเล็ก เลยปรียบตัวเองเป็นกาแฟแบบนี้คือถึงจะเล็กก็ยังเข้มข้น (หัวเราะ) ส่วนอีกรสหนึ่งคือแฟลตไวท์ เป็นกาแฟที่เราใส่รีเซ็ตโต้ช้อต ผสมกับนมร้อน กาแฟแบบนี้อร่อยเข้มข้นแต่นุ่มนิ่ม (หัวเราะ)

7.การบวชอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่

นอกจาก The Face Men Thailand จะเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของผมแล้ว การบวชก็ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ยิ่งใหญ่ของผมเช่นกัน ทำให้ผมเห็นชีวิตของตัวเองได้มากขึ้น เริ่มสังเกตได้หลายอย่าง รู้จักสัจจะธรรมของชีวิต ผมมีโอกาสไปบวชที่ไร่เชิญตะวัน ที่เลือกที่นี่เพราะผมไปช่วยงานที่นั่นครั้งหนึ่ง หลังจากนั้นท่านว.วชิรเมธีก็บอกว่า ถ้าจะบวชก็มาบวชที่นี่เลย ซึ่งสาเหตุที่ผมบวชก็เพราะผมใช้ชีวิตที่สวีเดนมา 20 ปี แล้วก็ย้ายมาประเทศไทย 2 ปี ช่วงแรกที่มาอยู่ไทย ผมสูญเสียคนที่รู้จักไปเยอะ ทั้งคนที่สนิทกันมากๆ ญาติ คนใกล้ชิดครอบครัวเรา รวมทั้งเพื่อนสนิท แต่ละครั้งที่เสียเขาไป หลายครั้งที่ผมไม่มีโอกาสได้ไปดูแลก่อนเขาเสียชีวิตหรือแม้แต่ไปร่วมงานศพ จากหลายสาเหตุทั้งติดงาน ต่อมาคือไม่มีเงิน ช่วงแรกที่มาไทย เราก็ไม่ได้มีเงินมากนัก ถึงจะมีคนมาช่วยออกค่าตั๋วให้ แต่ก็รู้สึกเกรงใจ เหตุการณ์เหล่านั้นทำให้ผมรู้สึกผิดมาตลอด ต่อมาได้เรียนรู้ว่าการบวชสามารถบวชให้พ่อกับแม่ได้ บวชให้ชีวิตของเขามีความเจริญ ประสบผลสำเร็จ มีความสุข แล้วก็สามารถบวชให้กับคนที่ตายไปแล้วได้ด้วย ก็เลยบวชให้กับคนที่เสียชีวิตไปครับ จากนั้นผมก็ได้อะไรจากการบวชหลายอย่าง เรื่องแรกคือรู้จักตัวเอง แล้วก็ชอบอ่านหนังสือมากขึ้นด้วย

8. ชอบอ่านหนังสือแนวปรัชญา ธรรมะ
ผมชอบอ่านหนังสือแนวปรัชญา ธรรมะ เพราะอ่านแล้วได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง มีอีกเล่มที่เพิ่งซื้อมาจากญี่ปุ่นเป็นเรื่องเกี่ยวกับซามูไร ในนั้นจะมีเรื่องธรรมะเยอะมาก เป็นเหมือนวิถีของซามูไรว่าเขาใช้ชีวิตอย่างไร ซึ่งสำหรับคนที่ติดตามหรือสนใจเรื่องบูชิโด หรือเซ็น ถ้าได้อ่านแล้วจะดีมาก เพราะมีคำสอนที่ใกล้เคียงกับที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน แต่ที่โน่นจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แล้วผมก็ยังชอบอ่านหนังสือการ์ตูนด้วยนะ (หัวเราะ)

9 .เรื่องที่เซนสิทีฟที่สุดของผู้ชายง่ายๆ สบายๆ
น้องจะเซนสิทีฟเรื่องอาหารครับ และไม่ชอบทุเรียนมาก (หัวเราะ) และเป็นสิ่งที่ผมเซนสิทีฟที่สุด ถ้าได้กลิ่นใกล้ๆ จะมีอาการเหมือนโรคซึมเศร้า โมโหง่าย ทุบของทุกอย่างแล้วปาออกไปนอกหน้าต่างได้เลย เพราะความเหม็นของทุเรียน จริงๆ ก็เคยกินมาแล้วนะครับ ทั้งทุเรียนทอด อบ แต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ชอบจริงๆ แต่ปลาร้านี่กินได้นะครับ ชอบด้วย (หัวเราะ)

10.สาวในสเปกของหนุ่มหล่อเสน่ห์ร้าย
ผมชอบผู้หญิงที่มีคาแรกเตอร์แบบสกาเล็ต โจแฮนสันในหนังเรื่อง The Avengers เป็นผู้หญิงเท่ๆ ต่อสู้ได้ ดูเหมือนแข็งแรง (นี่คือสเป๊กสาวในฝันเลยไหม) เกือบจะใช่ครับ แต่สเปกจริงๆ พูดแล้วยาว ผมตั้งไว้สูงมาก (หัวเราะ) ผมชอบผู้หญิงหุ่นดี แข็งแรง ไม่ดูบอบบาง แล้วชอบเล่นแรงๆ อย่างมวยปล้ำ ชอบแบบลุยๆ ชวนให้ไปกระโดดจากเครื่องบินก็ไป ไม่กลัว รักการผจญภัย เป็นผู้หญิงที่รักในเสียงเพลง ร้องเพลงได้ เต้นได้ ฟังได้ทุกแนว และถ้าเล่นดนตรีได้ก็ดีครับ ถือว่าเป็นโบนัสที่ดีมาก (ตอนนี้โสดหรือว่ามีแฟน) โสดครับ ยังไม่มีคนคุยด้วยเลยครับ OK! ช่วยหาหน่อย (หัวเราะ)

ติดตามนิตยสาร OK! Magazine Thailand ได้ที่นี่
♥ Website : http://www.okmagazine-thai.com/
♥ Instagram : https://www.instagram.com/okmagazinethailand/
♥ Facebook : https://www.facebook.com/okmagthailand
♥ Twitter : https://twitter.com/okthailand

Comments

comments